posttoday
ช้าๆได้พร้าเล่มงาม

ช้าๆได้พร้าเล่มงาม

14 ธันวาคม 2559

โดย...ชาลอต โทณวณิก

โดย...ชาลอต โทณวณิก

นานๆ ทีสุภาษิตนี้จะใช้ได้กับการทำงานในระดับประเทศ วันนี้ขอหยิบมาใช้กับเรื่องความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องการค้าที่ถูกมองว่าเป็นนโยบายของสองขั้ว คือ ฝั่งของอเมริกาและฝั่งของจีน ซึ่งที่ผ่านมาไทยยังไม่ฟันธงว่าจะเข้าร่วมกับฝั่งใด ภายใต้ความกดดันว่าควรจะต้องเลือกแล้ว และค่อนข้างกดดันไปทางทีพีพี

แต่เสมือนฟ้าฟาดลงมา เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ สิ่งแรกที่ประกาศออกมาคือ การที่จะไม่ร่วมในทีพีพี เพราะมองว่าเป็นเจรจาการค้าที่เสียเปรียบกับอเมริกาอย่างยิ่ง แม้ว่าทีพีพีจะเป็นเขตการค้าเสรีที่จะใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก มีมูลค่าถึง 40% ของการค้าโลก

เรื่องนี้น่าสนใจ เพราะรัฐบาลที่มาจากการเมืองและค่อนข้างมาทางสายราชการอย่างสมัย

โอบามาจะมองนโยบายในมุมกว้าง มีหลักการในเรื่องการค้าเสรีและตลาดทุนนิยม แต่ทรัมป์ที่มาจากธุรกิจ จะเป็นแนวที่ว่า ”อเมริกาจะต้องได้ประโยชน์” คือมองแบบธุรกิจ ที่ธุรกิจของตัวเองต้องอยู่ได้ก่อน ไม่ใช่ได้หน้าได้ตาเป็นผู้นำแต่ประเทศตัวเองเสียเปรียบ

ทีพีพีจริงๆ แล้ว เป็นเครื่องมือของอเมริกาที่ต้องการจะเข้ามาเชื่อมโยงกับเอเชีย โดยมี 4 ประเทศ จาก 10 ประเทศในอาเซียนได้ตกลงเข้าร่วมแล้วคือ มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และบรูไน ซึ่งก็เป็นแรงกดดันต่อไทยอย่างที่กล่าวมา  

ประเทศในอาเซียนที่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากนโยบายไม่เข้าร่วมทีพีพีน่าจะเป็นเวียดนาม เพราะจะได้รับอานิสงส์มากจากการที่ไทยยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วม ดังเช่นอุตสาหกรรมรถยนต์จากญี่ปุ่นก็สนใจที่จะไปลงทุนในเวียดนาม ถ้าไทยไม่เข้าร่วม เพราะจะประหยัดภาษีไปถึง 70% ถ้าส่งรถที่ผลิตจากเวียดนามภายใต้ทีพีพีไปอเมริกา เป็นต้น

ทีพีพีกับอาร์เซ็ปอาจจะเรียกได้ว่ามีความแตกต่างกันตรงความเข้มข้นของการปฏิบัติ เพราะทีพีพีเจรจาบนเงื่อนไขและมาตรฐานของอเมริกา ทำให้เกิดต้นทุนที่มากขึ้น ส่วนอาร์เซ็ปที่มี 10 ประเทศอาเซียน บวกกับจีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ มีข้อดีคือมาตรฐานไม่สูงมาก ดังนั้นในการเจรจาจึงค่อนข้างยืดหยุ่นฉันเพื่อน สามารถค่อยๆ พัฒนามาตรฐานต่างๆ ได้ จึงคิดว่า อาร์เซ็ปจะเป็นการเจรจาที่เปิดประโยชน์อย่างแท้จริงในเรื่องของการค้า การลงทุนคล่องตัว ซึ่งถือเป็นหัวใจของการค้าเสรี

เมื่อฟังแล้ว ทีพีพีเหมือนอเมริกาจะได้เปรียบ แต่ทำไมทรัมป์ถึงมองว่าเสียเปรียบ เพราะทรัมป์เป็นนักธุรกิจ มองว่าเป็นข้อตกลงที่ไม่เป็นผลดีกับอเมริกา ทำแล้วขาดทุน เมื่อเจรจาเสร็จจะทำให้อเมริกาขาดดุลการค้า สินค้าแทนที่จะผลิตที่อเมริกาแต่กลับไปอยู่ที่ประเทศอื่น

ในปี 2560 สิ่งที่ถูกมองว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงของโลกปัจจัยหนึ่งคือ “การที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีประธานาธิบดีชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์” เพราะนโยบายของทรัมป์ยังเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดา แนวทาง และลีลาทางการเมืองก็ยังไม่ปรากฏว่าจะมาแนวบู๊แนวบุ๋นประมาณไหน น่าระทึกใจไม่น้อยกับ Person of the Year ของ Time Magazine

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล