
ดัชนีทองดิ่ง แรงซื้อจ่อ ขายต้นปีหน้า
ดัชนีเชื่อมั่นทองเดือนสุดท้ายของปีลดลงอย่างรุนแรง นักลงทุนคาดฟื้นตัวไตรมาสแรก 2560 จ่อสะสมทองเพิ่มขึ้น
ดัชนีเชื่อมั่นทองเดือนสุดท้ายของปีลดลงอย่างรุนแรง นักลงทุนคาดฟื้นตัวไตรมาสแรก 2560 จ่อสะสมทองเพิ่มขึ้น
นายพิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือน ธ.ค. 2559 อยู่ที่ระดับ 30.40 จุด ลดลงจากเดือนก่อน 29.84 จุด หรือลดลงกว่า 49.53% จากระดับ 60.24 จุด ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำทำสถิติปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากราคาทองคำเคลื่อนตัวเป็นทิศทางเชิงลบ
ทั้งนี้ การปรับตัวลดลงต่ำกว่าบาทละ 21,550 บาท มาอยู่ในระดับบาทละ 20,000 บาท ในช่วงสิ้นเดือน พ.ย. โดยกลุ่มตัวอย่างมองว่าปัจจัยกดดันหลักต่อราคาทองคำ คือทิศทางนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ขณะเดียวกันพบว่านักลงทุน 57.65% ของกลุ่มตัวอย่าง คิดว่าจะซื้อทองคำในช่วงเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ย. ถึง 8.71% ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการลดลงของราคาทองคำในตลาดในประเทศ
ด้านดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในระยะ 3 เดือนปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในรอบหลายเดือน แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของราคาทองในไตรมาสแรกของปี 2560 มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น โดยดัชนีเพิ่มขึ้นกว่า 7.75 จุด หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 15.19% จากระดับ 51.04 มาอยู่ที่ระดับ 58.79 จุด โดยมีปัจจัยหลักคือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้มีความต้องการซื้อทรัพย์สินที่ปลอดภัย และนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐ
สรุปกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ และผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ จำนวน 9 ตัวอย่าง โดยส่วนใหญ่เชื่อว่าราคาทองคำในเดือน ธ.ค. 2559 จะเคลื่อนไหวลดลง จำนวน 4 ราย โดยรองลงมากลุ่มตัวอย่างคาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับราคาทองคำในเดือน พ.ย. 2559 จำนวน 3 ราย และสุดท้ายคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะเพิ่ม จำนวน 2 ราย
สำหรับราคาทองคำในตลาดโลก Gold Spot จากกรอบสูงสุดที่กลุ่มตัวอย่างคาดการณ์มีความถี่หนาแน่นบริเวณ 1,241-1,260 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ กรอบการเคลื่อนไหวต่ำสุดให้น้ำหนักเฉลี่ยอยู่
บริเวณ 1,120-1,140 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศ (ความบริสุทธิ์ 96.5%)
กลุ่มตัวอย่างให้น้ำหนักราคาสูงสุดในช่วงบาทละ 20,501-21,000 บาท กรอบการเคลื่อนไหวต่ำสุดกลุ่มตัวอย่างให้น้ำหนักระหว่าง 18,501-19,500 บาท และสุดท้ายด้านค่าเงินบาทไทย (บาท/เหรียญสหรัฐ) กลุ่มตัวอย่างให้กรอบสูงสุดอยู่ที่บริเวณ 35.51-36.00 บาท/เหรียญสหรัฐ กรอบต่ำสุดที่ 34.51-35.00 บาท/เหรียญสหรัฐ







