
อาเซียนรับมือ เงินริงกิตผันผวน
สคร.แนะจับตาธนาคารกลางมาเลเซียงัดมาตรการกู้วิกฤตค่าเงินริงกิตใกล้ชิด หลังอ่อนค่ากระทบส่งออก-ค้าชายแดน
สคร.แนะจับตาธนาคารกลางมาเลเซียงัดมาตรการกู้วิกฤตค่าเงินริงกิตใกล้ชิด หลังอ่อนค่ากระทบส่งออก-ค้าชายแดน
น.ส.พัดชา วุฒิพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เปิดเผยว่า ค่าเงินริงกิตของมาเลเซียที่ผันผวนอ่อนค่าลงนั้น ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยไปยังมาเลเซียให้มีมูลค่าลดลง อีกทั้งยังมีผลต่อการค้าชายแดนไทยกับมาเลเซียด้วย เนื่องจากสินค้านำเข้าจากมาเลเซียมีราคาสูงขึ้นและกำลังซื้อของชาวมาเลเซียลดลง ล่าสุดพ่อค้าแม่ค้าไทยบริเวณชายแดนปฏิเสธในการรับชำระเงินเป็นสกุลริงกิตแล้ว
“ตอนนี้ต้องจับตาดูมาตรการแก้ไขปัญหาและสร้างเสถียรภาพค่าเงินริงกิตของธนาคารกลางมาเลเซียอย่างใกล้ชิด เพราะหากค่าเงินริงกิตมีเสถียรภาพมากขึ้นก็จะส่งผลดีต่อการค้าชายแดนไทยกับมาเลเซียให้กลับสู่สภาวะปกติ เนื่องจากสินค้าไทยยังเป็นที่ต้องการของตลาดมาเลเซีย” น.ส.พัดชา กล่าว
ทั้งนี้ ธนาคารกลางมาเลเซียได้ประกาศมาตรการไม้แข็งในการกู้วิกฤตค่าเงินริงกิต โดยกำหนดให้ผู้ส่งออกต้องนำรายได้ 75% จากการส่งออกไปแลกเป็นเงินสกุลริงกิตภายใน 6 เดือน หลังได้รับรายได้จากการส่งออก ซึ่งปัจจุบันผู้ส่งออกของมาเลเซียมีการถือเงินสกุลต่างประเทศอยู่ประมาณ 9 หมื่นล้านริงกิต หากนำไปแลกเงินริงกิตจะช่วยเพิ่มทุนสำรองให้กับมาเลเซียได้ประมาณ 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนนำโดยสมาพันธ์ผู้ผลิตของมาเลเซียแสดงความกังวลต่อมาตรการดังกล่าว เนื่องจากผู้ส่งออกของมาเลเซียต้องเก็บเงินเหรียญสหรัฐไว้เพื่อรองรับผลกระทบด้านต้นทุน ราคา และชดเชยการขาดทุนจากการนำเข้าวัตถุดิบ นอกจากนี้รัฐบาลมาเลเซียเองยังคาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) จะขยายเพิ่มขึ้นจากค่าเงินที่อ่อนค่าลงซึ่งดีต่อการส่งออก
ด้าน นายซาคาเรีย อับดุล ราซิด ซีอีโอ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและการค้ามาเลเซีย กล่าวว่า ค่าเงินริงกิตลงมาอยู่ที่ 4.42 ริงกิต อ่อนค่าลง 10% เมื่อเทียบกับเงินสกุลเหรียญสหรัฐและมีแนวโน้มจะต่ำลงอีก ซึ่งเป็นเรื่องไม่ดีนักในภูมิภาคที่มีความผันผวนทางตลาดเงินจากการไหลออกของกระแสเงินทุนในอาเซียนจนส่งผลให้สกุลเงินของประเทศกลุ่มอาเซียนอ่อนค่าลง โดยเฉพาะค่าเงินริงกิตที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ของตลาดเงินมาเลเซีย







