
การบริโภคเปราะบาง ...เร่งแก้หนี้ครัวเรือน
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์
ช่วงที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ประชุมพูดคุยกับผู้ประกอบการและร้านค้าในต่างจังหวัดทั้งเหนือ กลาง ใต้ ออก ตก ภาพที่คล้ายกันคือสภาวะเศรษฐกิจที่เงียบเหงาผู้คนไม่ค่อยจับจ่ายใช้สอยทั้งที่เป็นช่วงใกล้ปีใหม่ ปัญหาสำคัญมาจากรายได้ซึ่งลดน้อยถอยลงเป็นทั้งในภาคบริการและอุตสาหกรรม ซึ่งยอดขายลดลงอย่างฮวบฮาบ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา
แม้แต่จังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญยังได้รับผลกระทบจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่หายไปค่อนข้างมาก เช่น หาดใหญ่ กระทบจากนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ลดลงจากเศรษฐกิจที่ถดถอย สำหรับหลายจังหวัดในภาคเหนือและภาคกลางช่วงที่ผ่านมานักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติลดลงอย่างเห็นได้ชัด พวกฝรั่งและญี่ปุ่นหายไปก่อนหน้านี้เกือบสองปีแล้ว ที่ผ่านมามีแต่นักท่องเที่ยวจีนซึ่งกลายเป็นรายได้หลัก แต่หลังจากกวาดล้างทัวร์ศูนย์เหรียญและทางรัฐบาลจีนมีมาตรการควบคุมกำหนดราคาทัวร์ขั้นต่ำ ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้หายไปเกิน 70%
ตัวเลขทัวร์ที่หายไปในหลายภาคส่วนของประเทศ กอปรกับราคาสินค้าเกษตรตกต่ำโดยเฉพาะข้าว กระทบไปถึงการบริโภคในประเทศที่ซบเซา ไม่เว้นแต่ผู้ที่อยู่ในวงการเลี้ยงหมูยังโอดครวญว่าขาดทุนเพราะคนกินเนื้อหมูลดลงมาก สำหรับคนที่ทำงานในธุรกิจร้านอาหาร รีสอร์ท แผงลอย ซึ่งรายได้หลักมาจากนักท่องเที่ยวยังต้องเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น ทั้งนี้ในต่างจังหวัดโดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งไม่เป็นแหล่งอุตสาหกรรมเศรษฐกิจหลักมาจากภาคเกษตร การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายของรัฐ จึงไม่แปลกใจว่าทำไมนักธุรกิจส่วนใหญ่ต่างถอดใจว่าปีนี้เศรษฐกิจน่าจะแย่กว่าปีที่ผ่านมา เอาแค่ว่าพยุงตัวให้รอดก็ดีแล้ว
ปัจจัยที่ทำให้การบริโภคในประเทศยังมีความเปราะบาง ประเด็นสำคัญมาจากหนี้ของประชาชนอยู่ในระดับสูง ซึ่งปีนี้ตัวเลขคนเป็นหนี้เทียบกับปีที่ผ่านมาสูงขึ้นถึง 4.3% หรือมากกว่า 11.23 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 81.5 ของจีดีพี โดยทางทฤษฎีจัดว่าครัวเรือนไทยเป็นหนี้ค่อนข้างสูงเพราะรายได้แทนที่จะนำไปจับจ่ายใช้สอย ส่วนใหญ่กลับต้องนำไปจ่ายทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นเหลือเงินเพียงนิดหน่อยไปใช้จ่าย ซึ่งก็ไม่พอต้องไปสร้างหนี้ใหม่กลายเป็นวงจรอุบาทว์และเป็นกับดักการฟื้นตัวของการบริโภค
จากที่กล่าวข้างต้นเป็นเหตุสำคัญว่าทำไมประเทศไทยยังคงมีคนรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์คนจนสูงถึง 8.27 ล้านคน ถามว่ารัฐบาลรู้เรื่องนี้ไหม ตอบว่ารู้จึงมีมาตรการกระตุ้นการบริโภคทั้งงบจ่ายคนจน โครงการจำนำยุ้งฉาง ช็อปเพื่อชาติ รวมๆ กันคงใกล้ 52,500 ล้านบาท ซึ่งคงพอให้เงินหมุนเวียนได้ระยะหนึ่ง
แต่ที่ชาวบ้านคาดหวังไว้มากคืองบอัดฉีด 1.0 แสนล้านบาท เพราะเงินลงไปในกลุ่มจังหวัดซึ่งอานิสงส์นอกจากทำให้จีดีพีโตยังช่วยปากท้องของประชาชน ไม่เหมือนพวกเมกะโปรเจกต์ได้กินพุงกางมีไม่กี่คน แต่อย่าลืมต้องทำควบคู่กับการหาวิธีแก้หนี้และเพิ่มรายได้ให้ชาวบ้าน เพราะหากไม่สามารถให้ช่วยตัวเองได้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าใด...ก็ไม่พอครับ
(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)







