
เอสพีซีจีเปิดห้องตรวจสอบกำลังไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์แห่งใหม่
เอสพีซีจีเปิดห้องตรวจสอบกำลังไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บนสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ย่านทองหล่อ ใช้เทคโนโยลีล้ำสมัยควบคุมการทำงาน
เอสพีซีจีเปิดห้องตรวจสอบกำลังไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บนสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ย่านทองหล่อ ใช้เทคโนโยลีล้ำสมัยควบคุมการทำงาน
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.59 ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท SPCG พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เคียวเซรา คอปเปอร์เรชั่น จากประเทศญี่ปุ่น ร่วมพิธีเปิดห้องตรวจสอบและควบคุมโครงการโซลาร์ฟาร์ม แบบ Real time ที่อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี แห่งใหม่ ซอยทองหล่อ 20 โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ผู้บริหารสถาบันการเงิน และนักธุรกิจแถวหน้าของประเทศ มาร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก
ดร.วันดี กล่าวว่า บริษัทได้ย้ายสำนักงานใหม่ มาอยู่ที่ซอยทางหล่อ 20 อาคารแห่งนี้จะมีความทันสมัย มีห้อง Monitoring Room หรือ ห้องตรวจสอบ ประมวลผล และควบคุมโครงการโซลาร์ฟาร์ม แบบ Real time ด้วยระบบ SCADA เชื่อมโยงข้อมูลการปฎิบัติการ และแสดงสภาวะอากาศตามเวลาจริง ของโครงการโซลาร์ฟาร์มทั้ง 36 โครงการใน 10 จังหวัด ต่อไปนี้การตรวจสอบกำลังผลิตไฟฟ้าจากโครงการโซลาฟาร์ม จะมีความแม่นยำ เนื่องจากนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ควบคุมดูแล
ทั้งนี้ ผลการดำเนินการของบริษัทได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เนื่องจากบริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ บริษัท เคียวเซรา คอปเปอร์เรชั่น จากประเทศญี่ปุ่น ได้ส่ง Mr.Tatsumi MaedaExecutive Vice Chairman KYOCERA Corporation Mr.Shoji Nishizawa General Manager KYOCERA Corporation และ Mr.Hideki YoshidaManaging Director KYOCERA Corporation ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูง มาร่วมในพิธีเปิดด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้น พร้อมที่จับมือทำธุรกิจกับ บริษัท เอสพีซีจีไปตลอด
ดร.วันดี กล่าววว่า เอสพีซีจี เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มแห่งแรกในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ครบทั้ง 36 โครงการ เมื่อปี 2557 มีกำลังการผลิตรวม 260 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 10 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง บนพื้นที่รวมกว่า 5,000 ไร่
อย่างไรก็ตาม เอสพีซีจี ได้จัดตั้ง บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ (SPR) ประกอบธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) ซึ่ง SPR ซึ่งเป็นโมเดลใหม่ สามารถทำให้ประสบความสำเร็จได้ในประเทศไทยและในอาเซียน คาดว่า ธุรกิจนี้จะเติบโตได้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 เพราะขณะนี้ โซลาร์ รูฟ ของบริษัทได้รับการยอมรับ และเชื่อถือ แม้แต่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างหันมาติดโซลาร์รูฟกันมากขึ้น เพื่อต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า







