
ชาวนาเมินลดพื้นที่ปลูกข้าว
กระทรวงเกษตรฯ ระบุชาวนาไม่สนใจเข้าร่วมลดพื้นที่ปลูกข้าว หวั่นกระทบแผนเบิกจ่ายงบตามโครงการช่วยเหลือ
กระทรวงเกษตรฯ ระบุชาวนาไม่สนใจเข้าร่วมลดพื้นที่ปลูกข้าว หวั่นกระทบแผนเบิกจ่ายงบตามโครงการช่วยเหลือ
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรกำลังประสบปัญหาเกษตรกร (ชาวนา) ไม่เข้าร่วมโครงการลดพื้นที่ปลูกข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสม ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติกรอบงบประมาณให้กระทรวงเกษตรฯ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อจูงใจเกษตรกรเข้าร่วมโครงการลดการปลูกข้าวมาปลูกพืชอื่น เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 2 ล้านไร่ และพืชปุ๋ยสด ตามเป้าหมาย 2,000 แปลง วงเงินกู้แปลงละไม่เกิน 10 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0.01% ระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2559-ธ.ค. 2564 และอนุมัติชดเชยค่าดอกเบี้ยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 3,000 ล้านบาท
"สาเหตุที่ชาวนาเข้าร่วมน้อย เพราะปีนี้สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณดีกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ชาวนาไม่สนใจเข้าร่วมโครงการตามเป้าหมายมากนัก และไม่ต้องการที่จะปรับวิถีชีวิต ซึ่งหากกรมไม่สามารถทำให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการได้ตามเป้าหมายจะกระทบกับแผนการเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการที่จะเข้าไปช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของตลาด และกระทบกับเป้าหมายที่วางไว้ว่าในปี 2560 จะลดพื้นที่เพาะปลูกให้ได้ประมาณ 1,000 แปลงใหญ่" แหล่งข่าวเปิดเผย
สำหรับโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นโครงการสนับสนุนเงินทุนแก่กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร ในการพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ มีเป้าหมาย 2,000 แปลง โดยสนับสนุนแปลงละไม่เกิน 10 ล้านบาท และจะต้องดำเนินการได้ทันทีเมื่อได้รับการอนุมัติ
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้เข้าไปส่งเสริมการเพาะปลูกพืชที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ของเกษตรกรที่รวมตัวกันเพาะปลูก (เกษตรแปลงใหญ่) เพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับเกษตรกรในช่วงระหว่างรอผลผลิตพืชเกษตรหลักที่เพาะปลูก คาดว่าจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 หมื่นบาท/เดือน เป็นระยะเวลา 6 เดือนในช่วงของการปลูกเสริม โดยจะมีภาคเอกชนที่เข้ามาร่วมโครงการประชารัฐเข้ามารับซื้อผลผลิตเชื่อมโยงกับการตลาด
"กระทรวงเกษตรฯ เห็นว่าในช่วง ที่รอผลผลิต ชาวนาควรมีรายได้เพิ่ม จึงได้ส่งเสริมให้ชาวนาปลูกพืชอายุสั้นและ เป็นที่ต้องการของตลาด เช่น ผักสวนครัว พริก เป็นที่ต้องการของตลาดมาก ประกอบกับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเกษตรกร มีองค์ความรู้ด้านการผลิตสินค้าเกษตร ทำให้สามารถหาตลาดรองรับได้ง่าย ซึ่ง ภาคเอกชนยินดีที่จะเข้ามาช่วยรับซื้อ ผลผลิต ล่าสุดได้เริ่มส่งเสริมในบางจังหวัดแล้ว และจะขยายไปยังพื้นที่อื่นเพิ่มเติม ต่อไป" พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว







