
ตลาดรอดูแนวโน้ม ดอกเบี้ยระยะยาวหลังทรัมป์
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย มองว่า เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.50-35.80 ในสัปดาห์นี้
โดย...ปารีณา พ่วงศิริ วรดา ตันติสุนทร ผู้ชำนาญการ งานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย มองว่า เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.50-35.80 ในสัปดาห์นี้ โดยการประชุมของเฟดในรอบนี้จะเป็นการขยับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.25% แต่อาจไม่ดันให้บาทอ่อนค่ามากนัก เนื่องจากตลาดได้รับข่าวและปรับการลงทุนไปเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่จะมีผลต่อค่าเงินบาทมากที่สุดน่าจะมาจากแผนภาพ Dot Plot อันใหม่ของเฟดที่จะได้เห็นหลังจากการประชุมในสัปดาห์นี้ ตลาดรอดูว่า มุมมองของเฟดที่มีต่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาวได้เปลี่ยนไปมากแค่ไหน หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกเข้ามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งหากมีการเปลี่ยน Dot Plot จริง และเป็นไปในทางการเร่งการขึ้นดอกเบี้ยระยะยาวของสหรัฐให้สูงขึ้น อาจดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงเร็วได้
ทั้งนี้ การให้สัมภาษณ์สมาชิกเฟดก่อนหน้าการประชุมดูเหมือนว่า เฟดจะยังอยากรอดูความชัดเจนของนโยบายของทรัมป์ก่อน นอกจากการประชุมของเฟดแล้ว สัปดาห์นี้ยังมีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ ได้แก่ ตัวเลขยอดค้าปลีกเดือน พ.ย. และตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค นอกจากประเด็นจากสหรัฐแล้วในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษที่คาดว่า จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ และรายงานตัวเลขกิจกรรมทางเศรษฐกิจเดือน พ.ย.ของจีน
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนไม่คึกคักนัก เนื่องจากไม่มีประเด็นใหญ่มากนักที่มาขับเคลื่อน ขณะที่เราเริ่มเข้าใกล้ช่วงสิ้นปี ทำให้การซื้อขายมีวอลุ่มที่ลดลง โดยมีเพียงประเด็นการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ขยายกรอบเวลาของการทำคิวอี จากที่เคยมีกำหนดสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2017 ไปเป็นเดือน ธ.ค. 2017 และมีการลดจำนวนสินทรัพย์ที่จะซื้อจากเดือนละ 8 หมื่นล้านยูโร มาเป็น 6 หมื่นล้านยูโร ทำให้ตลาดยังไม่ค่อยแน่ใจนักว่า อีซีบีพยายามที่จะส่งสัญญาณเช่นใด
สำหรับค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.0672 และเคลื่อนไหวในกรอบแคบเกือบตลอดสัปดาห์ จนหลังการประชุมนโยบายการเงินของอีซีบี ค่าเงินยูโรปรับแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐในช่วงแรกที่อีซีบีตัดสินใจลดจำนวนสินทรัพย์ที่จะเข้าซื้อในแต่ละเดือน แม้ว่ามติจะมาพร้อมกับการขยายเวลาของมาตรการคิวอีเพิ่มเติมด้วยก็ตาม ในช่วงแรกตลาดโฟกัสไปที่การลดการซื้อสินทรัพย์ ทำให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้นไปแตะที่ระดับสูงสุดในรอบวันที่ 1.0874 จาก 1.0793 ก่อนการรายงานมติของอีซีบี แต่หลังการแถลงข่าวของประธานอีซีบี นักลงทุนกลับมาให้น้ำหนักกับประเด็นการขยายกรอบเวลาคิวอีเพิ่มขึ้นอีก 9 เดือน ทำให้ค่าเงินยูโรปรับอ่อนค่าลงได้อีกครั้ง และภายในวันเดียวเห็นการเคลื่อนไหวจากจุดต่ำสุดไปที่จุดสูงสุดราว 2.5% ก่อนที่ปลายสัปดาห์จะเห็นการเคลื่อนไหวที่มีเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้น ก่อนปิดตลาดที่ 1.0614
ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 113.52 โดยยังเห็นการเคลื่อนไหวแบบอ่อนค่าเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน แต่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่ากรอบการเคลื่อนไหวแคบลง ช่วงปลายสัปดาห์ได้แรงส่งจากประเด็นเรื่องอีซีบี ช่วยหนุนให้เงินเหรียญสหรัฐปรับแข็งค่าขึ้นเพิ่มเติมได้ และกดดันให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง โดยช่วงปลายสัปดาห์เห็นการเคลื่อนไหวที่ระดับ 114.52
ด้านค่าเงินบาท เปิดตลาดที่ระดับ 35.58 และเคลื่อนไหวในกรอบแคบ 35.55-35.70 หลังไม่มีปัจจัยใหม่มาขับเคลื่อน ขณะเดียวกันการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติปรับลดลงมากเช่นเดียวกัน โดยในตลาดพันธบัตรเห็นการซื้อสุทธิหลักร้อยล้านที่ 968 ล้านบาท ส่วนตลาดหุ้นเป็นการซื้อสุทธิที่ 2.96 พันล้านบาท ซึ่งลดลงจากสัปดาห์ก่อนๆ ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวโดยรวมของเงินบาทยังสอดคล้องกับสกุลเงินเอเชียโดยรวม โดยอ่อนค่าลง 0.05% เท่านั้น ปลายสัปดาห์ เงินบาทอยู่ที่่ระดับ 35.62







