
สินค้าหัตถกรรมเติบโต20%
SACICT วางเป้าดันสินค้าหัตถกรรมไทยโต 20% ผลักดันขยายช่องทางสินค้า เล็งร่วมมือเอกชนใหญ่ ส่งเสริมใช้หัตถกรรมไทย
SACICT วางเป้าดันสินค้าหัตถกรรมไทยโต 20% ผลักดันขยายช่องทางสินค้า เล็งร่วมมือเอกชนใหญ่ ส่งเสริมใช้หัตถกรรมไทย
นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (SACICT) เปิดเผยว่า ในปี 2560 ตั้งเป้าหมายว่าจะผลักดันให้สินค้าหัตถกรรมไทยมีการขยายตัวไม่ต่ำกว่า 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยจะส่งเสริมทั้งครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมการขยายตลาดใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า และการรุกผ่านดิจิทัลมากขึ้น
ทั้งนี้ ประเมินว่าจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทั้งกลุ่มครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม อย่างต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 50 โครงการ ภายใต้งบประมาณของ SACICT ในปี 2560 ที่อยู่ประมาณ 190 ล้านบาท ขณะเดียวกันจะส่งเสริมให้สินค้าหัตถกรรมไทยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ผ่านการจัดกิจกรรมการตลาดและการส่งเสริมเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ นอกจากนี้ รวมถึงจะรวบรวมข้อมูลความรู้เกี่ยวกับหัตถกรรมไทยให้ครบวงจรมากที่สุด
สำหรับในปัจจุบันจำนวนครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม รวมประมาณ 300 รายทั่วประเทศ และมีเครือข่ายสมาชิกของ SACICT ประมาณ 3,000 ราย ทั้งนี้ มีแผนจะจัดกิจกรรมส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ผู้ผลิตสินค้าขนาดใหญ่ให้มีการต่อยอดสินค้าหัตถกรรมไทย ไปร่วมในการออกแบบและดีไซน์สินค้า เพื่อทำให้สินค้ามีความโดดเด่นและมีรูปแบบเฉพาะตัวเพิ่มขึ้น
“ยุทธศาสตร์หลักในการพัฒนาองค์กร จะมุ่งคำว่า เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ที่จะรวบรวมนำเอาปัญหาและความต้องการของกลุ่มครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ในทั่วประเทศนำมาต่อยอดปรับปรุง และพัฒนาเป็นโครงการและจะจัดอบรมอย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้” นางอัมพวัน กล่าว
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยอดการจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมไทยผ่านช่องทางของ SACICT ในปี 2559 ขยายตัว 57% สูงเกินเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งร้าน SACICT ที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มียอดขายรวมกว่า 11.92 ล้านบาท เติบโต 69.21% เมื่อเทียบกับปีก่อน สินค้าขายดี คือ สินค้าของมูลนิธิ อาทิ ผ้าฝ้าย ผ้าไหม เครื่องจักสาน อาทิ กระเป๋าลิเภา กระจูด เครื่องปั้นดินเผา อาทิ ศิลาดล
เซรามิกจุฬาภรณ์ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผลิตภัณฑ์ของใช้ ของตกแต่งบ้าน และของบนโต๊ะอาหาร
ขณะที่ร้าน SACICT บริเวณผู้โดยสารขาออก สนามบินสุวรรณภูมิ ในปี 2559 มียอดจำหน่ายกว่า 11.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.33% เมื่อเทียบกับปีก่อน สินค้าที่ขายดี คือ สินค้าของมูลนิธิ เช่น ช้างหมอบ ช้างแบน เครื่องประดับจากทองเหลือง ผสมเชือกเทียน สินค้าเป่าแก้วรูปช้าง มังกร เรือสุพรรณหงส์ สินค้าผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ จักสานประเภทกระเป๋าถือ กระเป๋าสะพาย







