
เคทีซีตั้งเป้ารูดบัตร1.9แสนล.
เคทีซีตั้งเป้า 2560 ยอดใช้บัตรเครดิตทะลุ 1.9 แสนล้าน โต 15% พร้อมปรับแนวคิดแบรนด์ใหม่ รับกระแสดิจิทัลโตก้าวกระโดด
เคทีซีตั้งเป้า 2560 ยอดใช้บัตรเครดิตทะลุ 1.9 แสนล้าน โต 15% พร้อมปรับแนวคิดแบรนด์ใหม่ รับกระแสดิจิทัลโตก้าวกระโดด
นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย(เคทีซี) เปิดเผยถึงกลยุทธ์การตลาดธุรกิจบัตรเครดิตในปี 2560 ว่า เคทีซีต้องการเน้นให้บัตรเครดิตเคทีซีเป็นบัตรหลักในการใช้จ่าย โดยมีเป้าหมายเติบโต 15% และคาดว่ามียอดรวมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ประมาณ 1.9 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ เคทีซีได้ตั้งเป้าว่าจะมีจำนวนสมาชิกใหม่ 5.6 แสนราย แบ่งเป็นสมาชิกบัตรเครดิต 4 แสนราย และสินเชื่อบุคคล 1.6 แสนราย รวมถึงการใช้กลยุทธ์ในการรักษาฐานสมาชิกในระยะยาว ส่วนธุรกิจสินเชื่อบุคคลตั้งเป้าหมายการเติบโต 15% รวมทั้งจะรักษาอัตราการเติบโตกำไรให้อยู่ที่ 10% และจะรักษาระดับของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ให้อยู่ในระดับเดียวกันกับปี 2559
สำหรับกลยุทธ์การบริหารช่องทางจัดจำหน่ายและธุรกิจร้านค้าในปี 2560 เคทีซีจะมุ่งขยายฐานกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มทำงาน และกลุ่มพนักงานประจำที่อาศัยในกรุงเทพฯ และในเขตเมืองที่มีกำลังซื้อสูงในระดับเดียวกัน รวมถึงขยายไปจังหวัดท่องเที่ยวที่กลุ่มลูกค้าเดินทางไปค่อนข้างสูง ทั้งนี้ยังคงใช้ช่องทางธนาคารกรุงไทย ถือเป็นช่องทางหลักในการขยายฐานสมาชิก โดยมีสัดส่วนถึง 55% ซึ่งปัจจุบันเคทีซีมีมูลค่าการซื้อขายผ่านธุรกิจร้านค้า 53,022 ล้านบาท และจำนวนร้านค้า 1.48 หมื่นแห่ง และมีแผนขยายธุรกิจร้านค้าผ่านช่องทางออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 มีแนวโน้มที่อัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้นเคทีซีได้ปรับกลยุทธ์ในการบริหารต้นทุนเงินโดยจะเพิ่มสัดส่วนของเงินกู้ระยะยาวมากขึ้น โดยมีแผนจะออกหุ้นกู้ในระยะยาว 1.6-1.7 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะรักษาระดับต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 3.35% ในขณะเดียวกันจะเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาเพิ่มวงเงินในการออกหุ้นกู้ระยะยาวอีก 3 หมื่นล้านบาท เพื่อความคล่องตัวการบริหารเงิน
นายระเฑียร กล่าวว่า สำหรับทิศทางการทำธุรกิจของเคทีซีในปี 2560 เพื่อบรรลุแผนในการก้าวสู่แบรนด์ในใจที่สมาชิกชื่นชอบและเลือกใช้ ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ยั่งยืนในระยะยาว บริษัทจะดำเนินธุรกิจภายใต้ 3 องค์ประกอบทางความคิดใหม่ 1) ความกล้า กล้าคิด กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง 2) ทำในสิ่งที่ฉลาดและเรียบง่าย และ 3) สิ่งที่ทำต้องมีคุณค่า รวมทั้งรองรับกระแสของเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งระบบ National E-Payment ตลอดจนธุรกิจฟินเทคที่กำลังมา







