
เกาะกระแสด้วย ‘มีมมาร์เก็ตติ้ง’
สมัยนี้หากอยากจะให้สินค้าที่เราอยากโปรโมทติดตาติดหูลูกค้าได้นานๆ ต้องรีบต้องตามให้ทันกระแส
โดย...บุญญพิลาส บุญรักษ์
สมัยนี้หากอยากจะให้สินค้าที่เราอยากโปรโมทติดตาติดหูลูกค้าได้นานๆ ต้องรีบต้องตามให้ทันกระแส เพราะเทคโนโลยีและกระแสสังคมออนไลน์ไปได้เร็วกว่าที่เราคิด บางทีแค่สัปดาห์หรือเดือนเดียวก็มีข่าวใหม่ๆ มากลบกระแสไปแล้ว ตัวอย่างเช่น กราบรถกู ดังเปรี้ยงเพียงเดือนเดียว ตอนนี้ก็ถูกกระแสครูฝึกทหารกับนักพูดสาวตามกลบ แล้วก็อาจจะเลือนหายไปตามกาลเวลาเหมือนอย่างเช่น ข่าวดีเจเก่งเกียร์อาร์กับวลีฮิต “คนแบบนี้สังคมแบบนี้อยู่ยากครับ” ที่บางคนก็อาจจะลืมไปแล้ว
ดังนั้น หากมีกระแสที่กำลังเป็นที่นิยมในทางใดก็ตาม แล้วเรามีฐานะเป็นผู้ประกอบการค้าทางด้านสื่อออนไลน์ ก็อยากจะให้สินค้าของเราเป็นที่น่าสนใจ มีคนเห็นเยอะๆ มีการพูดถึงสินค้าของเราเร็วที่สุด วิธีที่นิยมในทางออนไลน์เราเรียกกันว่า มีมมาร์เก็ตติ้ง (มีม mime ในภาษาอังกฤษ คือ แสดงล้อเลียนหรือนักแสดงล้อเลียน ตัวตลก) ซึ่งมีมทางโลกออนไลน์ คือ การกระทำหรือคำพูดที่คนคนหนึ่งกระทำขึ้นมา แล้วเกิดการเลียนแบบ และได้ถูกเผยแพร่ผ่านไปทางสื่อออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊กหรือไลน์อย่างรวดเร็ว จนกลายเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์
ตัวอย่างล่าสุด ก็คือ การทำมีมมาร์เก็ตติ้งผ่านสื่อออนไลน์ของค่ายรถมินิคูเปอร์ที่ได้ออกมา โพสต์รูปรถ พร้อมแนบข้อความว่า “เราไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องกราบเราน้าาา” สร้างกระแสการแชร์ต่อหรือพูดถึงได้อย่างดี หรือจะเป็นสายครีเอทีฟที่เกาะกระแสด้วยภาพโฆษณารถยนต์ที่มาพร้อมระบบเบาะรองกราบ พร้อมข้อความ “อีกขั้นของความศักดิ์สิทธิ์เหนือระดับ กับระบบเบาะรองกราบรอบคัน 360 องศา ปรับระดับได้ 37,500 แรงตบ รองรับความหน้าสั่นได้ 5.5 ริกเตอร์ รอให้คุณเป็นเจ้าของแล้ว จองเลย!”
จากที่กล่าวมา พอที่จะนำมาเป็นไอเดียในการสร้างกระแสโปรโมทสินค้าให้เกาะไปกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นกันเองเข้าถึงได้ง่าย ภาพลักษณ์ทันเหตุการณ์สนุกสนาน อีกทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสในการพูดถึงแบรนด์สินค้าหรือตัวผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่น่าสนใจ แต่การที่จะนำมาประยุกต์ใช้ มีสิ่งที่ต้องพึงระวัง คือ กระแสสังคมที่เป็นเรื่องอ่อนไหวหรือมีการเลือกข้าง มีความเสี่ยงที่จะกระทบชื่อเสียงของแบรนด์ จึงอาจไม่เหมาะกับแบรนด์สินค้าที่กำลังสร้างภาพลักษณ์ของความน่าเชื่อถือ และต้องระวังว่าเราไม่ควรซ้ำเติมผู้ที่เสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ดังนั้น หากแบรนด์อยากจะเกาะกระแสก็ควรศึกษาให้ดี และมีคุณค่าเพียงพอ มิฉะนั้นความสนุกอาจปนมากับความทุกข์ในภายหลังก็เป็นได้







