
แนะเอเชียเร่งลงทุน
เอดีบีเตือนกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก ผนึกกำลังต้านภัยคุกคามกีดกันการค้า ดึงเงินลงทุนต่างชาติดันเศรษฐกิจ
เอดีบีเตือนกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก ผนึกกำลังต้านภัยคุกคามกีดกันการค้า ดึงเงินลงทุนต่างชาติดันเศรษฐกิจ
ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ออกรายงาน Asian Economic Integration Report 2016 เตือนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกควรจะร่วมมือกันต่อต้านภัยคุกคามจากมาตรการกีดกันการค้า เพื่อรักษาแรงผลักดันการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้
รายงานฉบับดังกล่าว ระบุว่าการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) จะช่วยให้เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกขยายตัว และทำให้ภูมิภาคแห่งนี้มีความยืดหยุ่นในการรับมือกับมาตรการกีดกันการค้าที่กำลังแผ่อิทธิพลเป็นวงกว้าง
นายจูซง จวง รองหัวหน้านักเศรษฐ ศาสตร์ของเอดีบี กล่าวว่า เอฟดีไอเป็นกลไกผลักดันที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และประเทศในภูมิภาคแห่งนี้ควรร่วมมือกันป้องกันภัยคุกคามจากมาตรการกีดกันทางการค้า และใช้ความพยายามในการผลักดันการค้าให้มีความเป็นเสรีมากขึ้น เพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนการขยายตัวของภูมิภาค”
รายงานระบุว่า ในปีที่ผ่านมาการค้าในเอเชียมีอัตราการขยายตัวเพียง 2.3% ซึ่งต่ำกว่าอัตราการขยายตัวเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ระดับ 2.7% และต่ำกว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่ขยายตัว 5.3% ขณะที่การส่งออกขยายตัว 3% แต่การนำเข้าขยายตัว 1.7% เทียบกับการขยายตัวของการนำเข้าในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาขยายตัว 4.5%
ทั้งนี้ การบูรณาการด้านการเงินระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้จะค่อยๆ สร้างการเติบโต แม้ความร่วมมือด้านการค้าจะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เพราะการเปิดตลาดด้านการเงินจะช่วยเพิ่มโอกาสการลงทุนระหว่างประเทศให้มากขึ้น ซึ่งแนวโน้มเงินลงทุนในภูมิภาคนี้เพิ่มจาก 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2544 มาเป็น 11 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2558
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการลงทุนระหว่างกันของประเทศในภูมิภาคเอเชียยังคงมีสัดส่วนไม่มากนัก ปัจจุบันมีสัดส่วน 16.2% ในปี 2558 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2544 ที่มีสัดส่วน 14.1%
สำหรับการเคลื่อนย้ายของเงินทุนจากเอเชียค่อยๆ เพิ่มขึ้นระหว่างปี 2553 และปี 2558 แต่ทั้งนี้เป็นการลงทุนโดยตรงที่เพิ่มจากประเทศนอกกลุ่มเอเชียมากกว่าประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ทั้งนี้ เอเชียแปซิฟิกถือเป็นภูมิภาคที่มีการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนมากที่สุดราว 83.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นอันดับ 3 ของการเคลื่อนย้ายเงินทุนทั่วโลก ที่มีมูลค่าประมาณ 243.7 ล้านเหรียญ ในปี 2558







