posttoday
จาก ‘เกม’ สู่ ‘นวัตกรรมทางการเงิน’

จาก ‘เกม’ สู่ ‘นวัตกรรมทางการเงิน’

08 ธันวาคม 2559

โดย...สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP

โดย...สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP

พอดีไปค้นหาข้อมูลเก่าๆ ที่เก็บไว้ มีเรื่องนึงที่น่าสนใจ คือ รายงานผลการสำรวจสถานการณ์การพนันช่วงเดือน ธ.ค. 2553-ก.พ. 2554 จากอาจารย์นวลน้อย ตรีรัตน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 5,000 ตัวอย่าง อายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่า มีประสบการณ์การเล่นพนันถึงร้อยละ 77 โดยมีเพศชายมากกว่าเพศหญิง ส่วนการพนันที่คนนิยมเล่นมากที่สุด 5 ประเภท คือ หวยใต้ดิน สลากกินแบ่งรัฐบาล ไพ่ พนันฟุตบอล ไฮโลหรือกีฬาพื้นบ้าน โดยในรอบปีที่ผ่านมามีผู้ที่เคยเล่นการพนันคิดเป็น 31.78 ล้านคน สำหรับวงเงินในการเล่นพนัน แบ่งเป็น สลากกินแบ่งรัฐบาล 76,770 ล้านบาท หวยใต้ดิน 102,058 ล้านบาท

การพนันเป็นเกมอย่างหนึ่งที่มีแพ้ชนะ เพียงแต่โอกาสที่จะชนะอาจน้อยมากๆๆๆๆๆ แต่เพราะรางวัลก็สูงมากจนหลายคนโดดขอลุ้นบ้างเช่นกัน ซึ่งเป็นพฤติกรรมของคนที่ชอบลุ้น ชอบอะไรที่ตื่นเต้น ชอบความท้าทาย จึงทำให้ไม่เพียงแต่การพนันจะเป็นที่นิยม เกมต่างๆ ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน สังเกตได้จากแอพเกมต่างๆ ที่โหลดในมือถือ

เมื่อเกมเป็นที่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจได้ดี ก็ทำให้มีการนำเกมมาใช้เป็นกลยุทธ์ในอุตสากรรมต่างๆ ที่เรียกว่า Gamification ตัวอย่างเช่น ในสหรัฐเมื่อปี 2009 กลุ่ม Michigan Credit Union ได้คิดค้นวิธีการที่จะกระตุ้นให้สมาชิกของกลุ่มออมเงินเพิ่มมากขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการออกโปรแกรมส่งเสริมการออมสำหรับบัญชีเงินฝากประเภทหนึ่ง ชื่อ “Save to Win” โดยทุก 25 เหรียญสหรัฐที่ฝากในบัญชีประเภทนี้ผู้ฝากเงินจะได้รับสิทธิที่จะถูกรางวัลพิเศษจากการชิงโชค ขณะที่เงินต้นของผู้ฝากก็ยังปลอดภัยและดอกเบี้ยก็ยังได้รับอยู่ นวัตกรรมทางการเงินที่คิดค้นนี้เรียกว่า Prize Linked Saving (PLS) หรือระบบการใช้รางวัลเพื่อสร้างแรงจูงใจในการออมนั่นเอง แล้วผลลัพธ์ของแคมเปญดังกล่าวเป็นอย่างไร

ผู้ที่เข้าร่วมในแคมเปญชิงรางวัลดังกล่าวเป็นผู้ที่ไม่เคยฝากเงินกับ Michigan Credit Union เลยถึง 56% จากจำนวนบัญชีที่เข้าร่วมแคมเปญ 11,666 บัญชี จำนวนเงินที่ระดมได้สูงถึง 8.56 ล้านเหรียญสหรัฐ และผู้เปิดบัญชีใหม่ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีรายได้ต่ำ (39%) และผู้มีรายได้ปานกลาง (44%) จึงถือได้ว่าแคมเปญดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างสูง ทั้งในด้านการหาลูกค้าใหม่และการระดมเงินฝาก

ส่วนในประเทศไทย ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ สลากออมสิน นอกจากสลากออมสินแล้ว ในด้านหลักทรัพย์ก็มีเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ตลาดหลักทรัพย์ฯ เองก็เคยออกแคมเปญกระตุ้นการลงทุนในกองทุนรวม ETF ที่จดทะเบียนซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยผู้ที่มีสิทธิเข้าร่วมรายการชิงโชคต้องมีมูลค่าซื้อกองทุนรวม ETF ให้ได้ตามเงื่อนไข ก็จะได้รับสิทธิในการจับสลากชิงรางวัล

หรืออย่างประกันแบบไม่เคลมมีคืน ก็เป็นตัวอย่างของ Gamification เช่นกัน โดยผู้เอาประกันถ้าไม่มีการเคลมในระยะเวลาที่กำหนด ก็จะได้รับเบี้ยประกันคืนเป็นรางวัลเช่นกัน

ประโยชน์ของการนำเกมมาใช้ในด้านการเงิน ก็คือ สามารถนำมาเป็นกลยุทธ์ในการสร้างความสนใจให้ประชาชนออมเงินมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยที่ไม่ต้องใช้งบประมาณของภาครัฐ หรือการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีมาสนับสนุนเลย

แต่อย่างไรก็ตาม การนำเกมมาใช้จะมีการกำกับดูแลอย่างไร ไม่ให้เป็นการหลอกลวงหรือโฆษณาที่เกินจริง และจะดูแลอย่างไรให้เกมเป็นเพียงเครื่องมือที่จูงใจให้ออมเงินเพิ่ม ไม่ใช่เป็นการสร้างการพนันอีกอย่างที่ถูกกฎหมายให้ประชาชนหมกมุ่น และหากการออมแบบเกมสามารถดึงเงินมาจากหวยใต้ดินได้ก็ยิ่งดี เพราะจะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งก้อนใหญ่ที่สามารถนำไปปล่อยสินเชื่อ เพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ ได้ต่อไป

ท่านที่สนใจบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเองและได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ สำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจ ขอเชิญไปกด Like ได้ที่ Page ใน Facebook ชื่อ Sathit CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...ขอบคุณครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน