
กลต.ลุยเต็มสูบฟินเทค
ก.ล.ต.ชงคลังแก้กฎรับฟินเทค เชื่อ 3 ปีข้างหน้ามีบทบาทสำคัญมากในตลาดทุน ครึ่งแรกปี 2560 นำร่อง 3 บริการผ่านสนามทดลองก่อนนำมาใช้จริง
ก.ล.ต.ชงคลังแก้กฎรับฟินเทค เชื่อ 3 ปีข้างหน้ามีบทบาทสำคัญมากในตลาดทุน ครึ่งแรกปี 2560 นำร่อง 3 บริการผ่านสนามทดลองก่อนนำมาใช้จริง
นางทิพยสุดา ถาวรามร รองเลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แถลงข่าว “เมื่อตลาดทุนไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัล” ว่า ใน 3 ปีข้างหน้าเทคโนโลยีทางการเงิน หรือฟินเทค จะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากในตลาดเงินและตลาดทุน ดังนั้นสำนักงานได้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อน และสร้างมูลค่าและเปิดโอกาสให้กับทุกภาคส่วนเข้าถึงบริหารทางการเงิน และนำไปสู่การเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันและระบบมีต้นทุนที่เหมาะสม เพราะถ้าหากสามารถ นำฟินเทคมาใช้ได้ก็จะทำให้ต้นทุนของระบบลดลงอย่างมาก ขณะที่ผู้ใช้บริการก็จะได้รับบริการที่ดี
“ก.ล.ต.หวังว่าใน 3 ปีข้างหน้า ตลาดทุนไทยจะมีข้อมูลของผู้ลงทุนขนาดใหญ่ (Data Pool) ที่หน่วยงานด้านการลงทุนนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว มีโครงสร้างตลาดทุนที่ดี เช่น มีศูนย์ข้อมูลตัวตนลูกค้า และบล็อกเชน มีหุ่นยนต์ในการผลิตข้อมูลบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ครอบคลุมทั้งตลาด”
ทั้งนี้ ก.ล.ต.มีแผนงานขับเคลื่อนนวัตกรรมตลาดทุน 5 ด้าน ได้แก่ 1.ทำข้อมูลตลาดทุนให้อยู่ในรูปแบบที่พร้อมใช้ พร้อมส่งต่อ นำไปต่อยอดได้อย่างรวดเร็ว อาทิ หนังสือชี้ชวนที่เครื่องอ่านได้ (Machine Readable Prospectus) การเชื่อมอินเตอร์เฟส (Open API) 2.เปิดพื้นที่ให้มีที่ทดลองเทคโนโลยีใหม่สำหรับผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ อาทิ โครงการ Fintech Challenge Program และสนามทดลอง (Regulatory Sandbox) 3.ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยลดต้นทุนทั้งระบบ เช่น ศูนย์ข้อมูลตัวตนลูกค้า (e-KYC Pool) และการใช้บล็อกเชนในการซื้อขายหลักทรัพย์ (Blockchain for trading and settlement) 4.ใช้เทคโนโลยีช่วยในการกำกับดูแล (RegTech) ประกอบด้วยการสร้างฐานข้อมูลเพื่อการตรวจสอบ (Data-driven Investigation) และระบบงานดิจิทัล (Digital Regulator)
5.รับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ ด้วยมาตรฐานตลาดทุน และการซ้อมแผนฉุกเฉินในวงกว้าง
นอกจากนี้ ก.ล.ต.เตรียมเสนอกระทรวงการคลังแก้กฎเกณฑ์ให้ผู้ประกอบการรายอื่นสามารถจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ได้ง่ายขึ้น เพื่อให้ผู้เล่นรายอื่นสามารถตั้งกระดานซื้อขายอื่นได้ เช่น กระดานซื้อขายสตาร์ทอัพ รวมถึงการแก้กฎเกณฑ์ให้ซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ได้ เดิมมีบางมาตราที่กำหนดห้ามบริษัทสมาชิกซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ เว้นแต่ได้รับการยินยอมจากตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งแก้เป็นเว้นแต่ได้รับการยินยอมจาก ก.ล.ต. และเรื่องสำนักหักบัญชี กฎหมายเดิมเปิดให้รายอื่นเข้ามาได้ ซึ่งถ้าหากในระบบที่มีผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีมาใช้ก็จะทำให้การชำระราคาเกิดขึ้นได้ก่อน T+3 อาจจะเป็น T+2 หรือ T+1 ก็ได้ ซึ่งถ้าทำได้จะทำให้ต้นทุนเรื่องความเสี่ยงของระบบลดลงอย่างมาก
รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต.เตรียมเปิดใช้งาน Sandbox สำหรับผู้ให้บริการฟินเทคภายในครึ่งแรกของปีหน้า โดยเบื้องต้นจะเปิดให้ผู้บริการ 3 รูปแบบเข้าทดลองก่อน ได้แก่ 1.กองทุนส่วนบุคคล 2.ผู้แนะนำการลงทุน 3.การชำระราคาและส่งมอบ เนื่องจากเป็นกลุ่มบริการที่ทาง ก.ล.ต.ออกใบอนุญาตในการประกอบกิจการจริงได้โดยไม่ต้องแก้กฎหมาย
ทั้งนี้ จุดประสงค์การมี Sandbox เพื่อให้ผู้ประกอบการนำบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีการนำมาใช้มาก่อน เช่น บริการให้คำปรึกษาด้านการลงทุนผ่านหุ่นยนต์ (Robo Advisor) มาให้บริการแก่ลูกค้าจริงในการดูแลของ ก.ล.ต. โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการ หรือออกใบอนุญาตแบบง่ายให้ก่อน เพื่อศึกษาข้อมูลและความผิดพลาดต่างๆ ในระยะเวลา 12-18 เดือน เมื่อผ่านการประเมินก็จะได้รับใบอนุญาตในการประกอบกิจการจริง หากเกิดความผิดพลาดไม่แก้ไขได้ต้องยุติโครงการ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ให้บริการทางการเงินรูปแบบใหม่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เท่าที่คุยมีมากกว่า 20 รายสนใจ
สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าทดสอบ Sandbox คือ ต้องเป็นผู้ให้บริการด้านการเงินที่มีนวัตกรรมและทำให้เกิดขึ้นจริงได้ มีเงินทุน บุคลากรและระบบงานที่ดี รวมถึงมีการบริหารความเสี่ยงและรักษาความลับของลูกค้าได้เป็นอย่างดี







