posttoday
โฮมช็อปปิ้ง รุกหนักส่งท้ายปี

โฮมช็อปปิ้ง รุกหนักส่งท้ายปี

08 ธันวาคม 2559

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ธุรกิจโฮมช็อปปิ้งยังมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นและเกาหลี ตลาดของธุรกิจนี้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าปีละแสนล้านบาท ขณะที่ไทยนั้นอยู่ในช่วงเริ่มต้นขนาดตลาดจึงอยู่เพียงหลักหมื่นล้านบาท แต่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง        

ทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปีนี้บริษัทจะให้ความสำคัญกับการจัดส่งสินค้าในพื้นที่ต่างจังหวัดไกล เช่น เชียงใหม่ เชียงราย อุบลราชธานี สงขลา (หาดใหญ่) ผ่านทางเครื่องบิน เพื่อลดระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าให้สั้นลงจากเดิมเฉลี่ย 7-10 วัน เหลือเพียง 5-6 วัน  ขณะเดียวกันจะต้องเร่งพัฒนาระบบการจัดส่งสินค้าให้รวดเร็วขึ้น จากก่อนหน้านี้บริษัทได้มีการเปิดฮับในหัวเมืองต่างจังหวัดจำนวน 30 แห่ง โดยมีการเปลี่ยนระบบการขนส่งเป็นรูปแบบไฮบบริดที่มีความถี่มากขึ้นในการจัดส่งสินค้า ทั้งจากระหว่างสโตร์ดัวยกันเองและสโตร์ไปหาลูกค้า

“ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตมาจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การเพิ่มปริมาณมีเดียอย่างต่อเนื่อง ด้วยรูปแบบการเสนอขายสินค้าที่มีคุณภาพตรงใจผู้บริโภค การบริหารงานที่มีศักยภาพมากขึ้นของช่องทางร้านค้าปลีกทีวีไดเร็คโชว์เคส รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ จึงทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญการจัดส่งสินค้าที่ฉับไวทำให้เพิ่มปริมาณออร์เดอร์ในการจัดส่งและเก็บเงินสดได้มากขึ้น” ทรงพล กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนการเพิ่มรายได้จากทีวีช็อปปิ้ง ด้วยการเพิ่มปริมาณมีเดียอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดโปรโมชั่นเสนอขายสินค้าที่มีคุณภาพ และธุรกิจโฮมช็อปปิ้ง ช่อง TVDmomo และช่อง 1618 ที่มีการเติบโตเหนือความคาดหมายทั้งยอดขายและผลกำไร รวมถึงทีมโลจิสติกส์ที่ได้เพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เช่น การจัดส่งสินค้าภายในระยะเวลา 3-5 วันทั่วประเทศ การจัดส่งสินค้าโดยการเก็บเงินสดและบัตรเครดิต สามารถจัดส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูง มีบริการประกอบสินค้าให้ความรู้ในการใช้สินค้า หรือแนะนำสินค้าเบื้องต้น และสามารถจัดส่งสินค้าขนาดใหญ่ได้ อีกทั้งแนะนำการบริการหลังการขายในเบื้องต้นและมีบริการรับคืนสินค้า

พร้อมกันนี้ ยังได้พัฒนาในธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เช่น เว็บไซต์ โมบายแอพพลิเคชั่น และช่องทางขายผ่านโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง เพื่อให้สอดคล้องกับการตลาดแบบมัลติสกรีน ผสมผสานระหว่างการทำตลาดแบบออฟไลน์และออนไลน์ควบคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาและปรับโฉมเว็บไซต์ www.tvdirect.tv เวอร์ชั่นใหม่ และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ตอบโจทย์การใช้งานให้มีความหลากหลาย

ทั้งนี้ ในปี 2559 บริษัทปรับลดเป้าหมายรายได้เหลือราว 3,500 ล้านบาท จากเดิมคาดราว 3,600 ล้านบาท แต่ยังคงเติบโตดีกว่าปีก่อนที่มียอดขาย 3,016  ล้านบาท ขณะที่ปีนี้จะมีกำไรสุทธิ จากขาดทุนสุทธิ 40.61 ล้านบาทในปีที่แล้ว หลังช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ทำกำไรสุทธิได้แล้ว 69.34 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากปัจจัยในประเทศ ส่งผลทำให้กำลังซื้อชะลอตัวลง รวมถึงการโฆษณาหยุดชะงักไป 30 วัน แต่โดยภาพรวมบริษัทยังคงมีการเติบโตที่ดี ซึ่งสัดส่วนรายได้ปี 2559 ยังคงมาจากทีวีเป็นหลัก 60% ออนไลน์ 5% ค้าปลีก-คอลเซ็นเตอร์ 30% และที่เหลือมาจากช่องทางอื่นๆ

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2560  บริษัทยังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนงาน คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดเผยได้ในช่วงกลางเดือน ธ.ค.นี้ โดยเบื้องต้นคาดรายได้และกำไรสุทธิน่าจะมีการเติบโตที่ดีกว่าปีนี้ และวางงบการตลาดไว้ที่ 800 ล้านบาท เน้นการลงทุนในด้านออนไลน์มากขึ้น เพื่อดันสัดส่วนรายได้ให้เติบโตเป็นเท่าตัวหรือราว 10% หรือคิดเป็น 250 ล้านบาท จากปีนี้อยู่ที่ 5%

ขณะเดียวกันจะเน้นการลดค่าใช้จ่ายการจัดส่งสินค้าของ TVDmomo จากเดิมเป็นการจ้างจัดส่งสินค้าภายนอก เปลี่ยนเป็นการจ้างบริษัทเป็นผู้จัดส่งสินค้าแทน รวมถึงยังอยู่ระหว่างเจรจาเพิ่มการจัดส่งสินค้าให้กับบริษัทอื่นๆ อีก 3 ราย ทำให้ปีหน้ารายได้จากการจัดส่งสินค้าดังกล่าวของ TVD น่าจะเพิ่มขึ้นอีก 70 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 100 ล้านบาท

ทางด้านแผนการดำเนินงานภายหลังการร่วมทุนระหว่างบริษัทและบริษัทไตร-สเตท อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น (Tri-Stage) ที่คาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนในช่วงไตรมาส 1/2560 คาดว่าจะเลื่อนไปในไตรมาส 3/2560 แทน เนื่องจากไทยยังอยู่ในช่วงชะลอตัวในหลายๆ ด้าน

ด้าน ซอง นัก เจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็ม ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง  ผู้ดำเนินธุรกิจโฮมช็อปปิ้ง แบรนด์โอช้อปปิ้ง ในเครือจีเอ็มเอ็ม กรุ๊ป กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจโฮมช็อปปิ้งในไตรมาสสุดท้ายยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้ว่าจะไปในทิศทางใด แต่ยอดขายในเดือน พ.ย.นี้คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น  ซึ่งจะสูงกว่าเดือน ต.ค. ที่ทำได้ 50-60% ส่วนเดือน ธ.ค. ประเมินว่าจะทำยอดขายเพิ่มขึ้น 70-80% จากยอดขายเดิม เนื่องจากกลยุทธ์การตลาดที่วางแผนไว้จะเลื่อนกำหนดออกไปก่อน แต่จะหันมามุ่งเน้นการทำกิจกรรมเพื่อสังคมโดยเฉพาะการทำความดีถวายพ่อหลวง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีบรรดาผู้ประกอบการในธุรกิจโฮมช็อปปิ้ง เริ่มโหมแคมเปญโปรโมชั่นเพราะคาดหวังว่าเดือนสุดท้ายของปีความต้องการซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ยังมีอยู่ เนื่องจากภาครัฐเตรียมนำมาตรการทางด้านช็อปปิ้งมาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการหนึ่งที่คาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้นได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท