posttoday
ปั้นโรงสี เพิ่มศักยภาพข้าว

ปั้นโรงสี เพิ่มศักยภาพข้าว

30 สิงหาคม 2553

....จันทร์จิรา พึ่งวิริยะ

อย่างที่ทราบกันดีว่า ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลก แต่ก็กำลังถูกประเทศคู่แข่งรายสำคัญอย่างเวียดนามวิ่งตามมาติดๆ ทำให้ไทยไม่สามารถอยู่นิ่งกับที่ได้ จำเป็นต้องขับเคลื่อนในการพัฒนาผลผลิตให้ทิ้งห่างเวียดนามต่อไป เพื่อรักษาความเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดโลกให้ได้ตลอดกาล

นายสมชาย ฉัตรรัตนา รองผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า การพัฒนาตลาดข้าวนั้น โรงสีข้าวถือเป็นอุตสาหกรรมแปรรูปข้าวในกระบวนการกลางน้ำของสายโซ่อุปทานของข้าวทั้งระบบ ดังนั้นการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในกระบวนการสีข้าวจึงมีความสำคัญต่อการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ

จากการสำรวจเบื้องต้นของโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) โดยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น พบว่า โรงสีข้าวจำนวนมากมีกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพต่ำ ทั้งในแง่ของปริมาณผลผลิต คือ ปริมาณข้าวหัก (สูญเสีย) การใช้พลังงาน และการหยุดของเครื่องจักร

ปัญหาที่พบส่วนใหญ่ ได้แก่ การสีข้าว มีการสีซ้ำมาก เนื่องจากการสีในรอบแรกยังได้ข้าวเปลือกอยู่จำนวนมาก ใช้พลังงานสิ้นเปลือง ข้าวเปลือกที่สีออกมา แตกหักสูง บุคลากรขาดความรู้ในการปรับตั้งเครื่องจักร ทำให้การทำงานของเครื่องสีข้าวไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ หากมีการปรับปรุงตามหลักการเชิงวิศวกรรม จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างชัดเจน

โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงสีข้าว จึงเกิดขึ้น โดย สวทช.เข้าไปมีบทบาทให้การสนับสนุนโรงสีข้าวของไทยให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้วิธีสนับสนุนโรงสีต้นแบบ เพื่อสร้างความตระหนักให้กับโรงสีข้าวทั่วประเทศที่มีกว่า 4.3 หมื่นแห่ง

ขณะเดียวกัน ได้รวบรวมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโรงสีข้าวเพื่อให้สามารถรองรับการปรับปรุงโรงสีข้าวที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในระยะยาวต่อไป เพื่อเพิ่มผลผลิตในกระบวนการกะเทาะเปลือกข้าว สีข้าวและขัดขาว โดยอาศัยความรู้ด้านวิศวกรรมในการปรับตั้งอุปกรณ์ในกระบวนการปรับปรุงเครื่องจักรให้ได้กำลังการผลิตสูงขึ้น ปริมาณข้าวหักลดลง และมีอัตราการสีข้าวสูงขึ้น

น.ส.สนธวรรณ สุภัทรประทีป ผู้อำนวยการโครงการ iTAP กล่าวว่า จำนวนผู้ประกอบการโรงสีข้าวที่เข้าร่วมโครงการมีทั้งสิ้น 99 ราย รวม 101 โครงการ กำลังการผลิตรวมกันมากกว่า 1 หมื่นตันต่อวัน คาดว่าจะช่วยให้โรงสีมีกำไรเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 4.6 ล้านบาทต่อวัน หรือประมาณ 560 ล้านบาทต่อปี (คิดเฉลี่ยการสีข้าว 4 เดือน) จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการสีเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% พร้อมกันนี้ยังขยายผลไปสู่โครงการ โรงสีไฮสปีด ที่เริ่มดำเนินการไปแล้วตั้งแต่เดือน พ.ค. 2553 ตั้งเป้าหมายโรงสี 50 แห่งภายใน 6 เดือน ใช้งบประมาณสนับสนุน 27.9 ล้านบาท

นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า นอกจากการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญเข้าไปเป็นที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายสำหรับที่ปรึกษาให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 50% ล่าสุด ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ยังได้ออกแบบและพัฒนาเครื่องสีข้าวรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมขึ้น เพื่อตอบโจทย์หรือปัญหาให้กับผู้ประกอบการ

การร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการนำโจทย์จากผู้ประกอบการโดยตรงเข้ามาสู่งานวิจัยและพัฒนาไปสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง ซึ่งมีส่วนในการเพิ่มความแข็งแกร่งและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลกต่อไป

นายวิทูล ธรรมเดชากุล ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรกระสัง หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงสีข้าว กล่าวว่า ที่ผ่านมาการผลิตข้าวของโรงสีสหกรณ์ฯ ประสบปัญหาการสีข้าวแต่ละขั้นตอน มีข้าวเปลือกและข้าวกล้องปนออกมากับแกลบเป็นจำนวนมาก บุคลากรก็ไม่มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการผลิต ทำให้เกิดความสูญเสียและประสิทธิภาพการผลิตต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

การเข้าร่วมโครงการทำให้ได้รับคำแนะนำวิธีปรับปรุงกระบวนการสีข้าว การใช้เครื่องจักรในแต่ละกระบวนการอย่างถูกต้อง และเทคนิคต่างๆ รวมทั้งปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณข้าวเต็มเมล็ดจากกระบวนการสีข้าว การตรวจสอบเครื่องจักร วิเคราะห์คุณภาพข้าวในแต่ละขั้นตอนการสี ตลอดจนการเพิ่มทักษะให้กับบุคลากร จนสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน สหกรณ์ฯ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสีข้าวจาก 38.2% ขึ้นเป็น 40.6% ของข้าวเปลือก ลดการสูญเสียระหว่างการสีข้าวแต่ละขั้นตอน เช่น สิ่งปนเปื้อนลดลงจาก 10% เหลือ 2% การแยกข้าวกล้องออกจากข้าวเปลือกได้เพิ่มขึ้นในขั้นแยกหินจาก 12% ลดลงเหลือ 2%

อัตราการแตกหักในกระบวนการขัดขาวลดลงจาก 32.6% เหลือ 29.3% เพิ่มอายุการใช้ลูกยางในเครื่องกะเทาะข้าวเปลือกจาก 80 ตันต่อคู่ เป็น 90 ตันต่อคู่ มีกำไรเพิ่มขึ้น 10,800 บาทต่อวัน หรือประมาณ 3.9 ล้านบาทต่อปี (คิดเฉลี่ยจากระยะเวลาการสีข้าว 4 เดือน)

สำหรับผลผลิตข้าวของไทยในปี 2552/2553 คาดว่าทั้งปีจะอยู่ที่ 31.489 ล้านตันข้าวเปลือก หรือ 20.8 ล้านตันข้าวสาร โดยในปี 2552 ส่งออกได้ 8.57 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11% มีส่วนแบ่งการตลาดโลก 34.9% โดยมีประเทศผู้ส่งออกข้าวที่สำคัญ คือ ไทย เวียดนาม สหรัฐอเมริกา ปากีสถาน และอินเดีย

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี