
ดาวรุ่ง-ดาวโรย
....ฐาปนา
เห็นข่าวนี้แล้ว อดไม่ได้ที่จะรู้สึก
“อิจฉา” หน่อยๆกับหัวข่าวต่างประเทศที่บอกว่า รถยนต์สัญชาติมาเลย์ คือ โปรตอน ทำกำไรได้อย่างก้าวกระโดด คือ ในไตรมาสที่ผ่านมา ตัวเลขกำไรเพิ่มขึ้นถึง 55.13%
สำนักข่าวเอเฟพีรายงานมาจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ว่า กำไรที่พุ่งพรวดนี้ เกิดมาจากผลของยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้น บวกกับ
“มาร์จิน” กำไรที่เพิ่มตามด้วยหากพูดเป็นตัวเงินชัดๆ โปรตอนแถลงไว้ในรายงานที่ส่งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า สามารถทำกำไรในไตรมาสที่ผ่านมา (สิ้นสุด ณ สิ้นเดือน มิ.ย.) ได้ 84.7 ล้านริงกิต (หรือ 27.08 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่เคยทำได้ 54.6 ล้านริงกิต
โมฮัมหมัด แซลเลห์ ประธานโปรตอน บอกว่า โปรตอนมีความแข็งแกร่งมากในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาด ด้วยรูปโฉมดึงดูด ภายใต้ราคาที่สามารถแข่งขันได้ โดยโปรตอนมีโมเดลหลักที่ขายในประเทศตัวเองอยู่ 3 รุ่นยอดฮิต คือ Saga, Persona และ Exora และตอนนี้ก็ประกาศว่า มีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกมาอีก โดยเฉพาะการเปิดตัวในตลาดต่างประเทศ
โปรตอน เป็นโครงการที่เกิดขึ้นมาจากการผลักดันของอดีตนายกรัฐมนตรี มหาเธร์ โมฮัมหมัด ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1983 ในโครงการพัฒนาและปฏิรูปอุตสาหกรรมของชาติ ซึ่งในช่วงแรกๆ ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เพราะผลิตออกมาได้รูปโฉมที่ไม่เตะตา และคุณภาพก็ไม่ดี แต่ต่อมาก็ถูกพัฒนาจนถือว่าประสบความสำเร็จ
เรียกว่าไม่ยอมแพ้จนได้ดี
นอกจากโปรตอนแล้ว ระหว่างนี้มีข่าวผลประกอบการมาจากต่างประเทศเยอะ เพราะเป็นช่วงเวลาของการสรุปผลงานครึ่งปี เลยขอหยิบรายเด่นๆ ที่คนไทยเรารู้จักดีมานำเสนอด้วยอีกสักรายสองราย เช่น ไฮเนเก้น ผู้ผลิตเบียร์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ก็แจ้งผลประกอบการครึ่งปีแรกว่า สามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นได้ตั้ง 42% จากที่เคยทำได้ 489 ล้านยูโร ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ก็พุ่งเป็น 695 ล้านยูโร ก็เรียกว่าชื่นมื่นน่าดูทีเดียว
หยิบ 2 บริษัทนี้มานำเสนอ ก็เพราะเป็นเรื่องที่อาจจะเปรียบเทียบกับประเทศไทยได้ กล่าวคือ มาเลเซียมีแบรนด์รถยนต์ของชาติที่ทำกำไรได้ดี แม้คงจะต้องยอมรับกันว่า ยังห่างไกลจากยี่ห้อระดับโลกอื่นๆ แต่ก็เป็นนิมิตหมายที่ดี และเป็นความภาคภูมิใจของคนในประเทศ ในขณะที่บ้านเรานั้น แม้จะไม่มีแบรนด์รถยนต์ของตัวเอง แต่เราก็เป็นประเทศใหญ่ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์จำนวนมาก และปีนี้ก็ถือเป็นปีทองสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ ที่ผลิตได้เยอะ ส่งออกได้มาก เกิดเป็นตัวเลขสวยๆ อย่างน่าประทับใจ
ในเวลาเดียวกัน ก็มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า การที่ไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในภูมิภาคนี้ แต่เราผลิตให้แบรนด์อื่นๆ กำไรก็ไหลเข้าไปสู่เจ้าของแบรนด์ ดังนั้นจึงน่าจะมีการหันกลับมามองว่า จะมีความเป็นไปได้ไหมที่เราจะผลิตแบรนด์ของเราเองเหมือนที่มาเลเซียทำ
แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีผู้ที่คิดว่า ไม่จำเป็นต้องลงทุนเพื่อพัฒนาแบรนด์ของตัวเองหรอก แค่ผลิตให้แบรนด์ดังๆ ของโลก เราก็ได้ผลประโยชน์มากมายเหมือนกัน คือ ได้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ มีการจ้างงาน มีการถ่ายทอดทักษะ และความรู้ต่างๆ และเกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกมาก ซึ่งเผลอๆ แล้ว น่าจะทำรายได้มาก กว่าที่โปรตอนทำเสียอีก
ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน
ที่แน่ๆ ในด้านของอุตสาหกรรมเบียร์นั้น ผู้ประกอบการไทยรุกเข้าสู่ตลาดโลกอย่างน่าสนใจมาก เช่น การไปเป็นสปอนเซอร์ในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของเบียร์สิงห์ เบียร์ช้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่คงต้องเฝ้าดูกันต่อไปว่า อนาคตของผู้ประกอบการไทยจะรุ่งได้ระดับไหน แต่เท่าที่เห็นก็ถือว่าโตวันโตคืนตามตลาดเบียร์ของโลกได้อย่างน่าชม และกลายเป็นแบรนด์ระดับโลกกับเขาด้วยแล้ว
แต่ตลาดโลก และแบรนด์ยักษ์แบรนด์ดังไม่ได้ดีไปทุกอย่าง ที่หงอยลงไปก็มีเหมือนกัน อย่างเบอร์เกอร์คิง ที่ประกาศผลประกอบการยอดขายในไตรมาสที่ผ่านมาหดลงไปถึง 17% แต่ก็เชื่อว่าอีกไม่นาน เบอร์เกอร์คิงก็คงหาลูกเล่นใหม่ๆ มาทำตัวเลขให้ดีขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม คงต้องยอมรับกันว่า ตลาดฟาสต์ฟู้ดที่เคยเติบโตอย่างก้าวหน้ามากนั้น อาจจะไม่สามารถไปต่อได้อย่างติดเทอร์โบเหมือนสมัยก่อน เพราะคนยุคใหม่ใส่ใจเรื่องอาหารการกินมากขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ผู้ประกอบการด้านนี้พยายามปรับปรุง พัฒนาสูตรอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น ซึ่งก็น่าจะเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงในเมืองไทยด้วย และน่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับอาหารแบบไทยที่สามารถเข้าถึงคำว่า อาหารสุขภาพได้มากกว่า
แล้วแต่ใครจะมองเห็นโอกาสได้ขนาดไหน และตลาดไหน แต่ไปได้แน่นอน







