
ออกโรงปัดค้านรถไฟทางคู่
สหภาพฯ รถไฟปัดค้านประมูลรถไฟทางคู่ แค่ย้ำเน้นความโปร่งใสป้องกันการทุจริต
สหภาพฯ รถไฟปัดค้านประมูลรถไฟทางคู่ แค่ย้ำเน้นความโปร่งใสป้องกันการทุจริต
นายอำพล ทองรัตน์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) เปิดเผยถึงกรณีมีการนำเสนอข้อความผ่านสื่อออนไลน์ระบุว่าสหภาพฯ ไม่เห็นด้วยกับวิธีประมูลโครงการรถไฟทางคู่นั้น ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับสหภาพฯ โดยเห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลที่จะทุ่มเทกับการลงทุนระบบการขนส่งทางราง แต่การดำเนินการไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อหัวรถจักร เช่า หรือการเปิดประมูลรถไฟทางคู่ที่อยู่ระหว่างเตรียมเปิดประกวดราคานั้น ได้ขอให้ดำเนินการโดยวิธีการที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
ทั้งนี้ ในประเด็นที่โครงการดังกล่าวยังไม่เริ่มประมูลจัดซื้อจัดจ้างนั้น ไม่ควรไปกล่าวอ้างว่าวิธีการประมูลเป็นการล็อกสเปก เพราะหากประกวดราคาแล้วได้บริษัทที่มีความมั่นคงเป็นผู้ชำนาญการในการดำเนินการก่อสร้าง ก็เชื่อมั่นว่าจะสามารถดำเนินโครงการได้ตามแผนงานที่กำหนด
“การประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นตอนนี้จะไปกล่าวใส่ร้ายว่าล็อกสเปกยังไม่ได้ โดยยืนยันว่าที่กล่าวอ้างสหภาพฯ นั้น ไม่เกี่ยวกับสหภาพฯ แน่นอน เพราะประเด็นที่สหภาพฯ ตั้งไว้ คือ ต้องมีการตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใส เพื่อกำจัดการทุจริตออกไปเท่านั้นเอง โดยสนับสนุนการดำเนินโครงการด้านพัฒนาการขนส่งของรัฐบาลอย่างเต็มที่” นายอำพล กล่าว
ด้าน นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า การดำเนินโครงการรถไฟทางคู่ดังกล่าวผ่านการลงนามในสัญญาคุณธรรมแล้ว ทุกขั้นตอนผ่านการชี้แจงจากคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งไม่เคยมีปัญหา เนื่องจาก รฟท.จะต้องใช้อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่แล้ว เมื่อซื้อมาแล้วทางบริษัทที่ชนะก็เอาไปดำเนินโครงการ หลังจากนั้นก็ซ่อมบำรุงนำกลับมาให้ รฟท. โดยเป็นเรื่องที่ซื้อตามโครงการ ซึ่งรถไฟทางคู่ 2 โครงการแรกที่มีการประมูลไปและอยู่ระหว่างการก่อสร้างก็ใช้รูปแบบนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร เมื่อมีเรื่องของ รฟท.ดำเนินโครงการเมื่อไหร่ ก็ต้องมีการนำออกมาพูดทุกครั้ง ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่าวัสดุอุปกรณ์ที่ รฟท.นำมาใช้มีคุณภาพมาตรฐานสูงแน่นอน โดยยืนยันว่าทางสหภาพฯ ไม่ได้ออกมาให้ข้อมูล เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยออกมาอ้างในลักษณะดังกล่าว จนส่งผลให้ทางสหภาพฯ ต้องออกแถลงการณ์ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องมาแล้ว







