
การซื้อประกันภัยผ่านธนาคาร
ปัจจุบันการซื้อ-ขายประกันภัยไม่จำเป็นจะต้องซื้อผ่านบริษัทประกันเท่านั้น แต่ผู้บริโภคยังสามารถหาซื้อประกันภัยผ่านกับทางธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ได้เช่นกัน จากตัวเลขของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2559 จำนวนเบี้ยประกันชีวิตรับรวมผ่านช่องทางธนาคารมีจำนวนทั้งสิ้น 123,418 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 45.36 ของการขายประกันชีวิตรวมทุกช่องทาง โดยขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 6.7
ปัจจุบันการซื้อ-ขายประกันภัยไม่จำเป็นจะต้องซื้อผ่านบริษัทประกันเท่านั้น แต่ผู้บริโภคยังสามารถหาซื้อประกันภัยผ่านกับทางธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ได้เช่นกัน จากตัวเลขของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2559 จำนวนเบี้ยประกันชีวิตรับรวมผ่านช่องทางธนาคารมีจำนวนทั้งสิ้น 123,418 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 45.36 ของการขายประกันชีวิตรวมทุกช่องทาง โดยขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 6.7
จากแนวโน้มการซื้อประกันภัยผ่านช่องทางธนาคารที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การควบคุมดูแลจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ผ่านมาก็ได้มีข้อกำหนดต่างๆ ออกมาเพื่อให้ธนาคารปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นการแยกพื้นที่การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยออกจากเคาน์เตอร์รับฝากเงินโดยต้องมีป้ายบอกชัดเจน รวมทั้งเมื่อเร็วๆ นี้ คปภ.ก็ได้จัดทำข้อแนะนำ 12 ประการ สำหรับประชาชนในการซื้อประกันภัยผ่านธนาคาร เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขายประกันภัย ดังนี้
1.ต้องใจก่อนว่าการซื้อประกันชีวิตไม่ใช่การฝากเงินกับธนาคาร
2.ขอดูใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันภัยของพนักงานธนาคาร
3.เลือกแบบประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองตรงกับความต้องการของตนเอง
4.วางแผนการจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยให้ครบตลอดระยะเวลาของสัญญาประกันภัย
5.เข้าใจถึงความคุ้มครองและข้อยกเว้นของกรมธรรม์นั้นๆ หากไม่เข้าใจต้องสอบถามจากผู้ขายให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อ รวมทั้งควรเก็บเอกสารประกอบการเสนอขายของธนาคารไว้
6.ธนาคารไม่อาจใช้การทำประกันภัยเป็นเงื่อนไขต่อรองในการให้สินเชื่อ หรือธุรกรรมอื่น
7.ตรวจสอบความถูกต้อง ไม่มีข้อความเป็นเท็จ หรือปกปิดความจริง ก่อนลงลายมือชื่อในใบคำขอเอาประกันภัย
8.ผู้ซื้อสามารถใช้สิทธิยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิตได้ภายใน 15 วัน นับจากวันที่รับกรมธรรม์ประกันชีวิต และได้รับเบี้ยประกันภัยคืนหลังจากหักค่าใช้จ่าย
9.เมื่อผู้ซื้อชำระเบี้ยประกันภัย ให้ชำระเงินเข้าบัญชีบริษัทประกันภัยเท่านั้น และจะต้องได้รับเอกสารการรับชำระเงินจากธนาคาร พร้อมเก็บไว้เป็นหลักฐาน
10.สอบถามถึงช่องทางการติดต่อ หรือการเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยจากผู้ขาย
11.เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว ผู้ซื้อควรตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยว่าถูกต้องและเป็นไปตามการเสนอขายจากผู้ขายหรือไม่
12.ผู้ขายยังคงมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย และไม่อาจใช้ข้อแนะนำข้างต้นเป็นการอ้างสิทธิเหนือผู้บริโภค







