
ดันยุทธศาสตร์แฟชั่นไทย
สศอ.ดัน 6 ยุทธศาสตร์พัฒนาผู้ประกอบการไทย ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางอาเซียน หวังส่งออกพุ่ง 1 ล้านล้าน ในปี 2564
สศอ.ดัน 6 ยุทธศาสตร์พัฒนาผู้ประกอบการไทย ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางอาเซียน หวังส่งออกพุ่ง 1 ล้านล้าน ในปี 2564
นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยถึงผลการศึกษาโครงการเชื่อมโยงคลัสเตอร์อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยกับระบบการผลิต การตลาด และการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน ว่า ได้กำหนดเป้าหมายผลักดันให้ไทยเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยเป็น 1 ล้านล้านบาท ในปี 2564 และเป็นศูนย์กลางแฟชั่นเบอร์หนึ่งในอาเซียน จากปี 2558 อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 5 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ภาครัฐและทุกภาคส่วนจะต้องดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ 1.การสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ โดยต่อยอดโครงการกรุงเทพเมืองแฟชั่น และยกระดับบางกอกแฟชั่นวีกเป็นงานระดับภูมิภาค ส่งเสริมการจดทะเบียนสินค้า ป้องกันการลอกเลียนแบบ ส่งเสริมสวัสดิภาพแรงงาน 2.การทำตลาดเชิงรุกผ่านการจัดกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้กระจาย ส่งเสริมอี-คอมเมิร์ซ 3.การเตรียมความพร้อมและสนับสนุนผู้ประกอบการด้านการค้าและการลงทุนในต่างประเทศ
4.การเพิ่มผลิตภาพและมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย โดยส่งเสริมการใช้เครื่องจักร เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย 5.การปรับบทบาทของสถาบันเฉพาะทางหรือสมาคมที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นการวิจัยและพัฒนาสิ่งทอ เน้นการสร้างแบรนด์ การออกแบบ และการตลาด และ 6.การยกระดับทักษะบุคลากร โดยมุ่งพัฒนาช่างเทคนิคและช่างฝีมือหัตถกรรม เปลี่ยนมุมมองสู่สากล และอำนวยความสะดวกนำเข้าผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ
สำหรับรูปแบบการเชื่อมโยงคลัสเตอร์อุตสาหกรรมแฟชั่นไทย แบ่งเป็น 3 แนวทาง คือ 1.กลุ่มผู้รับจ้างผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า (โออีเอ็ม) ที่ใช้แรงงานทักษะต่ำ สำหรับผู้ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ยังสามารถคงฐานการผลิตในประเทศไทยต่อไปได้ โดยเลือกที่ตั้งโรงงานในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เพื่อรับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน 2.ผู้ผลิตเพื่อส่งออกควรย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ได้สิทธิพิเศษทางการค้ากลุ่มผู้ออกแบบและผลิตสินค้าเองโดยที่ไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้า (โอดีเอ็ม) และ 3.ผู้ผลิตที่มีแบรนด์สินค้าของตนเอง (โอบีเอ็ม) สามารถคงกิจกรรมการออกแบบในไทยต่อไป และว่าจ้างให้ประเทศเพื่อนบ้านเป็นผู้ผลิตตามแบบที่ออกแบบจากไทย
สำหรับประเทศเป้าหมายที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงคลัสเตอร์แฟชั่นไทย เช่น อินโดนีเซีย ควรใช้เป็นฐานผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ส่วนเวียดนามเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกไปสหรัฐและยุโรป







