
ลุ้นกลุ่มท่องเที่ยว
รัฐบาลเริ่มออกมาตรการในการช่วยภาคการท่องเที่ยวตั้งแต่การออกมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยกเว้นค่าธรรมเนียมค่าวีซ่า 1,000 บาท/คน และลดค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ช่องทางอนุญาตด่านตรวจคนเข้าเมือง จาก 2,000 บาท/คน เหลือ 1,000 บาท/คน เริ่ม 1 ธ.ค. 2559-28 ก.พ. 2560
รัฐบาลเริ่มออกมาตรการในการช่วยภาคการท่องเที่ยวตั้งแต่การออกมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยกเว้นค่าธรรมเนียมค่าวีซ่า 1,000 บาท/คน และลดค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ช่องทางอนุญาตด่านตรวจคนเข้าเมือง จาก 2,000 บาท/คน เหลือ 1,000 บาท/คน เริ่ม 1 ธ.ค. 2559-28 ก.พ. 2560
ทั้งนี้ ในส่วนของการปรับลดค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองนั้น ได้กำหนดให้ปรับลดลงจำนวน 19 ประเทศ ได้แก่ อันดอร์รา บัลแกเรีย ภูฏาน จีน ไซปรัส เอธิโอเปีย อินเดีย คาซัคสถาน ลัตเวีย ลิทัวเนีย มัลดีฟส์ มอลตา มอริเชียส โรมาเนีย ซานมาริโน ซาอุดิอาระเบีย ไต้หวัน ยูเครน และอุซเบกิสถาน
โดยทางการคาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว 3.57 แสนคน และรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยวเพิ่ม 2.87 หมื่นล้านบาท
นอกจากการลดค่าธรรมเนียมดังกล่าวแล้ว รัฐบาลยังออกมาตรการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าใช้จ่ายค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการนำเที่ยว และค่าที่พักในโรงแรม สำหรับการเดินทางภายในประเทศระหว่าง 1-31 ธ.ค. 2559 ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริงแต่รวมกันแล้วไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท เมื่อรวมกับมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวเดิมในการหักลดหย่อนภาษีไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท (ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2559) ทำให้สามารถหักภาษีได้รวมสูงสุดไม่เกิน 3 หมื่นบาท
มาตรการดังกล่าวเป็นการช่วยภาคการท่องเที่ยวโดยตรง และแรงมากขึ้นกว่ามาตรการในช่วงปลายปี 2558 ที่เป็นมาตรการหักลดหย่อนภาษีสำหรับท่องเที่ยว 1.5 หมื่นบาท และมาตรการหักลดหย่อนสำหรับค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าวันที่ 25-31 ธ.ค. 2558 ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท
ขนาดและระยะเวลาของมาตรการที่มากขึ้น คาดว่าจะช่วยกระตุ้นและช่วยภาคการท่องเที่ยวขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง หลังจากซบเซาลงไปเนื่องจากมีการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ และการไว้ทุกข์ของประชาชนในประเทศ ทั้งนี้กลุ่มโรงแรมจะเป็นกลุ่มที่รับประโยชน์โดยตรงทั้งบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) บริษัท ไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) ส่วนสายการบินกลุ่มต้นทุนต่ำอย่างบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) จะได้ประโยชน์มากกว่ากลุ่มสายการบินราคาแพงอย่างบริษัท การบินกรุงเทพ (BA) และบริษัท การบินไทย (THAI)
คาดว่าระยะสั้นจะเกิดบรรยากาศเชิงบวกต่อการเก็งกำไรในกลุ่มโรงแรมและขนส่งทางอากาศที่กำลังซบเซาให้ปรับเพิ่มขึ้นมาได้ หากย้อนกลับไปดูการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นเมื่อปลายปี 2558 จะพบว่ากลุ่มท่องเที่ยวมีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงเดือน ธ.ค. กว่า 2.52% ก่อนที่จะถูกขายทำกำไรในช่วงท้ายจนติดลบ -0.86% ซึ่งอาจเป็นผลมาจากที่ราคาหุ้นมีการขึ้นมาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2558 กว่า 9.92% โดย ERW ปรับขึ้นสูงสุดในเดือน ธ.ค. 2558 กว่า 6.67% ก่อนจะลดช่วงบวกเหลือ 1.9% เช่นเดียวกับ CENTEL บวกสูงสุด 6.63% ก่อนจะถูกขายทำกำไรจนติดลบ -2.76% และ MINT บวกสูงสุด 2.72% ก่อนจะลงติดลบ -1.36%







