
ชำระเงินอาเซียนอืด
แบงก์ชี้ต้องใช้เวลายกระดับระบบการเงินแต่ละประเทศ
แบงก์ชี้ต้องใช้เวลายกระดับระบบการเงินแต่ละประเทศ
ระบบชำระเงินอาเซียนไม่คืบแบงก์แต่ละประเทศต่างกันมาก กสิกรฯ ขอจับคู่พันธมิตร ลาว กัมพูชา ก่อน
นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้าแผนการเชื่อมโยงระบบชำระเงินในภูมิภาคอาเซียน (Cross Border Payment Roadmap) ของสมาคมธนาคารไทยว่า อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกที่ต้องหาจุดเชื่อมต่อที่เข้ากันได้ เนื่องจากแต่ละประเทศมีระบบการเงินที่แตกต่างกันอยู่มาก ทั้งเทคโนโลยีทางการเงิน รูปแบบบริการทางการเงิน การเข้าถึงบริการทางการเงิน
ทั้งนี้ ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินขึ้นมาให้ใกล้เคียงกันเพื่อลดช่องว่างความแตกต่างของระบบการชำระเงิน ซึ่งยังบอกไม่ได้ว่าจะเกิดขึ้นได้เมื่อใด ระหว่างนี้ประเทศที่มีระบบการเงินที่พัฒนาแล้วต้องไปสนับสนุนองค์ความรู้และช่วยพัฒนาระบบการเงินของประเทศเพื่อนสมาชิกให้ยกระดับขึ้นมาให้เท่าเทียมกัน
“ข้อจำกัดของการเชื่อมโยงการชำระเงินอาเซียนส่วนหนึ่งคือ ระบบการเงินที่มีช่องว่างความต่างที่กว้างมาก เช่น ในสิงคโปร์ระบบการเงินพัฒนาขั้นสูงมากเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน จึงต้องปรับระบบให้ความต่างนั้นแคบลงกว่านี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย” นายอาทิตย์ กล่าว
นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าการจัดตั้งระบบชำระเงินอาเซียนคงไม่สามารถเกิดได้เร็ว เพราะแต่ละประเทศต้องพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อม โดยระหว่างนี้ธนาคารกสิกรไทยจะเดินแผนเป็นศูนย์กลางชำระเงินในภูมิภาค (Regional Settlement Bank) ควบคู่กันไป โดยมุ่งเน้นในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ก่อน ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสทางธุรกิจและเริ่มในประเทศที่มีเครือข่ายก่อนคือ ลาวและกัมพูชา ที่จะจับมือพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศนั้นร่วมสร้างมาตรฐานเดียวกัน หากประสบความสำเร็จจะช่วยลดต้นทุน ลดขั้นตอน และนำร่องสร้างมาตรฐานอาเซียนทั้งระบบอีกด้วย
นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรีคอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงก์กิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธนาคารกำลังศึกษารูปแบบบริการระบบชำระเงินทางโทรศัพท์มือถือในเมียนมา โดยนำฟินเทคมาใช้ เหมาะกับระบบการเงินที่ไม่มีสมุดบัญชีเงินฝาก สาขาหรือเอทีเอ็มน้อย คาดว่าจะเริ่มโอนเงินรายย่อยได้ไตรมาสแรกปี 2560 กลุ่มเป้าหมายคือคนทั่วไปและแรงงานเมียนมาที่ต้องการรับเงิน โอนเงิน ที่มีราคาแพงมากในช่วงที่ผ่านมา







