posttoday
ซีแอลเอ็มวีร่วง

ซีแอลเอ็มวีร่วง

05 ธันวาคม 2559

สรท.ชี้ยอดส่งออก 10 เดือนติดลบ 2.4%

สรท.ชี้ยอดส่งออก 10 เดือนติดลบ 2.4%

สรท.แนะรัฐทบทวนศักยภาพตลาดส่งออกไทยใหม่ หลังซีแอลเอ็มวีทำผิดหวัง 10 เดือน ปีนี้ติดลบ 2.4%

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลควรจะต้องทบทวนตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในการส่งออกว่ามีประเทศใดเป็นเป้าหมาย และอุตสาหกรรมอะไรที่จะเป็นตัวนำ เพราะจากนี้ไปจะนิ่งนอนใจไม่ได้อีกแล้ว ด้วยตลาดอาเซียนและตลาดประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ที่เคยโตมาตลอดและเคยโตสูงสุดถึง 20% ในปีนี้มีแนวโน้มที่จะติดลบซึ่งน่าผิดหวังมาก

นอกจากนี้ นโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใหม่ เตรียมยกเลิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) และจะมีการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟตา) ใหม่ ทำให้ตลาดอเมริกาไทยมีทั้งโอกาสโตและไม่โต โดยการเติบโตมาจากประเทศคู่แข่งไทยถูกกีดกันการค้าจากสหรัฐ แล้วไทยเข้าไปในตลาดนั้นแทน

“ถ้าทุกประเทศโดนกีดกันการค้าหมดก็จะทำให้การโตถดถอยลง แต่ถ้าจีนโดนรายเดียวไทยก็จะได้รับผลกระทบทางอ้อม เนื่องจากไทยมีสัดส่วนส่งออกไปจีน 10.63% จึงต้องจับตานโยบายของทรัมป์ให้ดี” นายวัลลภ กล่าว

สำหรับสิ่งที่น่าห่วงอีกเรื่องคือ หากจีนโดนกีดกันการค้าจากมาตรการทุ่มตลาด (เอดี) เช่น การผลิตยางล้อรถยนต์ไทยอาจจะมีความสุ่มเสี่ยงด้วย จากการที่จีนขยายการลงทุนในสินค้ากลุ่มนี้เข้ามาในประเทศไทยย่อมทำให้ไทยโดนมาตรการกีดกันการค้าจากสหรัฐไปด้วย โดยกระทรวงพาณิชย์ต้องมาทำตลาดใหม่ให้เชื่อมกับนโยบายของทรัมป์ที่กระทบต่อเศรษฐกิจโลกทั้งตลาดเงิน ตลาดทุน การค้าและการส่งออก

ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกของไทยในตลาดอาเซียน (9 ประเทศ) ช่วง 10 เดือนปีนี้ (ม.ค.-ต.ค. 2559) อยู่ที่ 4.51 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.1% แบ่งเป็นตลาดอาเซียนเดิม (5 ประเทศ) มูลค่า 2.73 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2% โดยเป็นการลดลงทุกตลาด ยกเว้นอินโดนีเซียที่ยังบวก 5.8% และฟิลิปปินส์ที่บวก 7.8% ขณะที่ตลาดซีแอลเอ็มวีมีมูลค่าส่งออกรวม 1.77 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.4% ลดลงทุกตลาด โดยตลาดกัมพูชาลดลงมากที่สุด 11.2% สปป.ลาว ลดลง 5.5% เมียนมา ลดลง 0.1% มีเพียงตลาดเวียดนามที่ยังขยายตัว 2.8%

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า หากทีพีพีล้มเลิกไปคาดว่าการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ไม่น่าเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพราะจีนเองก็ไม่ถูกกับอินเดียและในกรอบนี้ก็มีญี่ปุ่น ซึ่งไม่ถูกกับจีนอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งการที่จีนดันการค้าเสรีอย่างเต็มที่เพราะต้องการกระจายการส่งออกและการลงทุนไปทั่วโลกแล้วใครจะสู้จีนได้ เนื่องจากจีนทำทุกสินค้าผลิตและลงทุนแบบครบวงจร โดยผ่านนโยบายวัน เบลต์ วัน โรด (1 Belt 1 Road)

“ในขณะนี้มีความเป็นห่วงรัฐบาลที่ยังไม่มียุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศที่ชัดเจน ซึ่งตอนนี้เป็นโอกาสดีที่ต้องเร่งทำ เพราะจะเป็นโอกาสที่ไทยจะได้เร่งทำเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา และทำกรอบเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศอื่นๆ เช่น จีน อินเดีย อิหร่าน ตะวันออกกลาง และแอฟริกาใต้ จากที่ผ่านมามัวแต่ศึกษาอยู่ ทำให้สปีดยังช้าและฟันธงไม่ได้สักที ทำให้เสียโอกาสไป” นายนพพร กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท