
เพิ่มมูลค่า‘ข้าวไรซ์เบอร์รี่’ สู่ผลิตภัณฑ์ความงาม
ขณะที่ ราคาข้าวและพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ กลุ่มทีมวิจัยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง
ขณะที่ ราคาข้าวและพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ กลุ่มทีมวิจัยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมไอแทป ร่วมคิดค้นสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ข้าวไรซ์เบอร์รี่ โดยนวัตกรรมสารสกัดจากโปรตีนด้วยสารแอนโทไซยานิน สารต้านอนุมูลอิสระ สู่ผลิตภัณฑ์ความงาม สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทย ทั้งนำไปสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์ของบริษัทเบลลิส บิวตี้
สมชาย เจียจิตต์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและส่งเสริมพลังงาน คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรผู้ร่วมคิดค้นงานวิจัยสารสกัดจากโปรตีนข้าวไรซ์เบอร์รี่ กล่าวว่า นวัตกรรมสารสกัดโปรตีนจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ เกิดจากความตระหนักถึงราคาที่ตกต่ำของข้าวไทย จึงมีแนวความคิดต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทย โดยเลือกข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นข้าวชนิดแรกในโครงการนี้
เนื่องจากข้าวไรซ์เบอร์รี่อุดมไปด้วยสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง และโดยส่วนตัวได้ทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชนที่ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งสามารถควบคุมการผลิต การปลูกได้ตั้งแต่ต้นน้ำ และผ่านมายังส่วนของนวัตกรรมการสกัดสารสำคัญในข้าวที่เป็นกลางน้ำ ตลอดจนมีบริษัทเอกชนนำไปต่อยอดทางการตลาดที่เป็นปลายน้ำ ซึ่งได้มอบหมายให้แก่บริษัท เบลลิส บิวตี้ เป็นผู้ทำการตลาดและต่อยอดในเชิงธุรกิจ
ศิณัฐมณฑ์ รัฐวราพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบลลิส บิวตี้ กล่าวถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์เบลลิส ซึ่งได้ทดลองวางขายในตลาดประเทศไทยราว 4 เดือน พบว่าผลตอบรับดี โดยจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนในจังหวัดต่างๆ กระจายอยู่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหลัก ส่วนในภาคใต้มีตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ พร้อมวางเป้าหมายทำตลาดต่างประเทศในต้นปีหน้าร่วมกับภาครัฐ เริ่มต้นด้วยการออกร้านงานแสดงสินค้าเพื่อพบปะผู้บริโภคและตัวแทนจำหน่ายในประเทศนั้นๆ
สำหรับช่องทางการจัดจำหน่าย วางเป้าหมายสู่ผลิตภัณฑ์เคาน์เตอร์แบรนด์ ทั้งจัดจำหน่ายในร้านค้าสุขภาพ ซึ่งอาศัยกลยุทธ์ทางการตลาดผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ สร้างให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มผู้บริโภคมากที่สุด
ขณะที่กลุ่มเป้าหมายผลิตภัณฑ์หลัก คือ ผู้สูงวัย ประกอบกับกลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และเป็นกลุ่มที่มีเวลาดูแลตนเองอย่างเต็มที่ โดยราคาสินค้าจัดอยู่ในระดับกลางถึงระดับบน พร้อมวางตำแหน่งเป็นสินค้าเกรดพรีเมียม โดยผลิตภัณฑ์จากสารสกัดข้าวไรซ์เบอร์รี่ภายใต้แบรนด์สินค้าเบลลิส ปัจจุบันมี 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ครีมมาสก์หน้าและสบู่ฟื้นฟูสภาพผิว
ในอนาคตบริษัทมีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 ชนิด คือ 1.น้ำมันรำข้าวผสมสารสกัดจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่มีคุณสมบัติชะลอวัย 2.เซรั่มจากสารสกัดข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวหน้า และ 3.สบู่ธรรมชาติที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากข้าวไรซ์เบอร์รี่และองุ่นแดง
นอกจากนี้ บริษัทพร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมข้าวไทย โดยมีส่วนร่วมในการจัดตั้งศูนย์วิจัยข้าวในประเทศไทย หรือ ไรซ์เซ็นเตอร์ เพื่อเปลี่ยนทรัพยากรข้าวของคนไทย ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่น เพิ่มมูลค่าสินค้า พร้อมวางเป้าหมายในอนาคตมียอดขายทะยานสู่เดือนละ 20 ล้านบาท ภายในปี 2560
ทั้งนี้ จากความเชื่อมั่นในด้านประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จะมีการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง การวิจัยและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ของกลุ่มนักวิจัย จะพัฒนาตามทิศทางความต้องการของตลาด นอกเหนือจากนี้ได้ร่วมมือกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวนา ที่ จ.พิษณุโลก ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรควบคู่กับการเติบโตของบริษัท
“ต้องการขายข้าวให้ได้ราคา จากการขายข้าวเป็นเกวียนสู่การขายข้าวเป็นกรัม ซึ่งได้ราคาที่สูงกว่า จากการเพิ่มมูลค่าสินค้า”
อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากโปรตีนข้าวไรซ์เบอร์รี่ กำลังจัดเตรียมเข้าสู่บัญชีนวัตกรรมอีกด้วย ศิณัฐมณฑ์ รัฐวราพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบลลิส บิ้วตี้ กล่าวทิ้งท้าย







