
บล.ลุ้นถือเงินสกุลอื่นปีหน้า
นายกสมาคม บล.มองดีปีหน้าได้ข้อสรุปถือครองเงินสกุลอื่นเพื่อบริการลูกค้าได้ ธปท.แจงไม่ขัดแต่เป็นขั้นตอนไม่ทำให้ค่าเงินป่วน
นายกสมาคม บล.มองดีปีหน้าได้ข้อสรุปถือครองเงินสกุลอื่นเพื่อบริการลูกค้าได้ ธปท.แจงไม่ขัดแต่เป็นขั้นตอนไม่ทำให้ค่าเงินป่วน
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากที่หน่วยงานในตลาดทุนได้หารือร่วมกันและขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ถือครองเงินในหลายสกุลเงินได้ที่นอกเหนือไปจากค่าเงินบาท คาดว่าจะสรุปและมีแนวโน้มที่ชัดเจนในปี 2560 ที่จะส่งผลดีต่อภาวะอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ ทำให้ตลาดเงินและตลาดทุนสามารถเดินไปด้วยกันได้ เนื่องจากอนาคตต้องก้าวไปสู่การรองรับการขยายโอกาสทางธุรกิจและการซื้อขายหลายสกุลเงิน และหลายตลาดเป็นไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาคอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ที่ดำเนินการเรื่องนี้กันแล้ว
บล.สามารถทำธุรกิจได้หลากหลายครบวงจร ดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาบาง บล.ก็มีการบริการให้ลูกค้าซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศอยู่แล้ว แต่มีหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ ซึ่งถ้าทำได้จะช่วยลดขั้นตอนหลายอย่างลงไป โดย บล.มีจุดประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างๆ ที่ลูกค้าไปลงทุนเท่านั้น โดยจะไม่ถือครองเพื่อการเก็งกำไรหรือเปรียบคนทั่วไป
สำหรับนักลงทุนก็จะได้สามารถบริหารความเสี่ยงจากการลงทุนได้มากขึ้นและตอบโจทย์ความต้องการในการลงทุนที่ครอบคลุมมากขึ้น
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตลาดทุนได้หารือกันมาตลอดเพราะจะทำให้มีความคล่องตัวขึ้น แต่ก็ต้องรอผลจาก ธปท.ก่อน
แผนงาน ตลท.ได้ดำเนินการเรื่อง T+2 มาโดยตลอด เพราะจะช่วยเพิ่มศักยภาพในอุตสาหกรรมสามารถแข่งขันให้ทัดเทียมกับบริษัทสำนักหักบัญชีชั้นนำของโลก รองรับความหลากหลายของตลาด และการชำระราคาในสกุลเงินต่างประเทศได้มากขึ้นนอกจากสกุลบาท
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การจะให้หน่วยงานใดที่ไม่ใช่สถาบันการเงินถือครองเงินสกุลประเทศอื่นได้ เป็นเรื่องในระบบที่ต้องพิจารณาความเสี่ยงว่าเป็นนวัตกรรมที่ทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศหรือไม่ หรือเกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวมหรือไม่
ทั้งนี้ ถ้าทำให้กับผู้เล่นรายใหญ่ไม่กี่คนหรือคนที่ได้ประโยชน์คือคนส่วนน้อย ต้องดูว่ามีผลกับระบบหรือเกิดความเสี่ยงโดยรวมหรือไม่ เช่น มีผลทำให้เกิดความผันผวนในเรื่องของค่าเงิน หรืออัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกระทบคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ ที่มีผลต่อธุรกิจการนำเข้าและส่งออกก็เป็นสิ่งที่จะต้องระมัดระวัง
“ไม่ได้บอกว่าไม่ให้ทำ แต่ถ้าจะทำต้องมีเงื่อนไขหรือแสดงให้เห็นว่าทำไปไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มน้อย ซึ่งเป็นหลักที่ต้องให้เกิดสมดุล และสมเหตุผลและพอประมาณ”







