posttoday
แผนงานตลท.ปี2560 กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

แผนงานตลท.ปี2560 กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

05 ธันวาคม 2559

ปี 2559 ถือเป็นปีที่ตลาดทุนไทยแม้จะอยู่ในขาขึ้น แต่ก็เผชิญความผันผวนไม่น้อย ปี 2560 ก็เช่นกัน ที่ตลาดทุนอาจจะยังได้รับผลในเชิงจิตวิทยาจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก หลังจากที่เม็ดเงินต่างชาติพร้อมกลับไปยังกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ

ปี 2559 ถือเป็นปีที่ตลาดทุนไทยแม้จะอยู่ในขาขึ้น แต่ก็เผชิญความผันผวนไม่น้อย ปี 2560 ก็เช่นกัน ที่ตลาดทุนอาจจะยังได้รับผลในเชิงจิตวิทยาจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก หลังจากที่เม็ดเงินต่างชาติพร้อมกลับไปยังกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ

 “ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์” ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มองว่า ความผันผวนในตลาดเงินและตลาดทุน และเรื่องของเครือข่ายโซเชียลสำคัญมากขึ้น การที่ตลาดทุนไทยเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายภาครัฐไทยแลนด์ 4.0 และทำให้ประเทศอยู่อย่างยั่งยืน จึงเน้นแผนงานที่ทำให้ประโยชน์แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน โดยไม่มีการทิ้งใครอยู่ข้างหลัง ภายใต้วิสัยทัศน์  “Work  For Everyone” ที่มีรากฐานอยู่ใน 5 พันธกิจหลัก

“เกศรา มัญชุศรี” กรรมการและผู้จัดการ ตลท. มองว่า ทุกปีปัจจัยที่มีผลแวดล้อมกับการเคลื่อนไหวของดัชนีและการเคลื่อนย้ายของเม็ดเงินลงทุนย่อมส่งผลต่อภาวะตลาดที่แตกต่างกัน โดยปีหน้า ตลท.ประเมินว่ามูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวัน อยู่ที่ 5.7 หมื่นล้านบาท จากปีนี้คาดว่าอยู่ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท และปัจจุบันมูลค่าเฉลี่ยก็เกินแล้วในระดับที่ 5.3 หมื่นล้านบาท กลยุทธ์หลักที่จะทำให้ ตลท.เดินไปในปีหน้าคือ

การระดมทุน

ขยายโอกาสระดมทุนในหลายรูปแบบ โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของหลักทรัพย์ทั้งหมด 5.5 แสนล้านบาท เป็นจากการระดมทุนเพิ่มของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 2.7 แสนล้านบาท และจากหุ้นที่เสนอขายให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) 2.8 แสนล้านบาท ซึ่งพร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่และมีเป้าหมายเป็นจุดแข็งของประเทศ อย่างกลุ่มอาหารและพลังงาน 25% ของมูลค่าหลักทรัพย์จดทะเบียนใหม่ จากที่ปีนี้ลดเป้าหมายลง 2 ครั้ง จาก 2.7 แสนล้านบาท เป็น 1.9 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ คาดว่าสิ้นปีจะทำได้ที่  1.5-1.6 แสนล้านบาท ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายเนื่องจากเป็นเรื่องเทคนิคในเรื่องของการรายงานตัวเลขทางการเงินทำให้มี 2 บริษัทใหญ่ที่มีมาร์เก็ตแคป 1 แสนล้านบาท เลื่อนไปในปีหน้า

นอกจากนี้ ยังจะมีบริษัทต่างชาติจดทะเบียนเข้าในตลาดหลักทรัพย์ไทยเป็นตลาดแรก รวมถึงทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดโอกาสในการทำกำไรจากการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ (Active REIT) ทั้งนี้ เป้าหมายดังกล่าวจะไม่รวมกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ฟันด์) ซึ่งถือเป็นตัวอย่างหนึ่งที่จากนี้ไปจะเห็นภาครัฐใช้ตลาดทุนจัดหาเงินทุน เป็นการลดภาระหนี้สาธารณะลง

ขณะที่ บริษัทจดทะเบียน (บจ.) เข้าตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว ตลท.ก็จะช่วยในการพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพในด้านต่างๆ เพื่อขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในอนาคตโดยให้ได้รับการเข้าไปคำนวณในดัชนีระดับโลกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น MSCI หรือ DJSI  อีกทั้งพยายามจะทำให้หุ้น SET 50-SET100 เป็นที่สนใจในสายตาของนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น พร้อมกับเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงและผลักดันสตาร์ทอัพให้สู่การเป็นฐานรากของเศรษฐกิจไทย เพื่อช่วยไม่ให้สตาร์ทอัพขาดเงินทุนในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการทำโฟกัสกรุ๊ป และเบื้องต้นน่าจะอยู่บนพื้นฐานของการซื้อขายกันเอง (OTC) ในตลาดรอง

การลงทุน

เป็นการช่วยในการสร้างวัฒนธรรมการลงทุนแบบระยะยาว สม่ำเสมอ และยั่งยืน โดยสามารถออมเพื่อการเกษียณที่สามารถจับต้องได้จริง ทั้งนี้เพื่อรองรับที่ไทยจะเริ่มเป็นสังคมผู้สูงอายุในอนาคต ด้วยการพัฒนาทักษะความรู้และส่งเสริมการลงทุนด้วยแบบดิจิทัลแพลตฟอร์มในการลงทุนทุกตราสาร เช่น แพลตฟอร์มให้ความรู้ผ่านแอพพลิเคชั่น รวมทั้งสร้างแพลตฟอร์มการลงทุนเป็นศูนย์รวมข้อมูลและเครื่องมือหาความรู้การลงทุนในทุกผลิตภัณฑ์ก่อนจะเริ่มการลงทุน อีกทั้งส่งเสริมให้นายจ้างให้ความสำคัญในการเลือกการลงทุน และมีการทำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยในเดือน มี.ค. 2560 จะเริ่มใช้ระบบ Fund Connext ที่ทำให้ผู้ลงทุนเข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวมได้สะดวกขึ้น และเตรียมพร้อมพัฒนาการเป็นนายทะเบียนสมาชิก รองรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ อีกทั้งยังส่งเสริมให้บริษัทประกันต่างๆ ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับตลาดทุน

พร้อมทั้งการจะเป็นตัวกลางที่ทำให้ต่างชาติเข้าถึงตลาดทุนไทยให้มากขึ้น ซึ่งเป็นการสานต่อจากที่ประสบความสำเร็จหลังพานักลงทุนสถาบันในประเทศไปนำเสนอข้อมูลหรือไปแนะนำตัว (โรดโชว์) กับนักลงทุนต่างประเทศมากขึ้น โดยปีนี้ไปที่ญี่ปุ่น รวมทั้งร่วมกันจัดสัมมนาระดับภูมิภาคกันมากขึ้น

ขณะที่มีแผนสร้างผู้ลงทุนบุคคลหน้าใหม่ในตลาดหุ้นและตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) รวม 1.1 แสนคน แบ่งเป็น หุ้น 1 แสนคน และอนุพันธ์ 1 หมื่นคน

สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะออกปีหน้า ตั้งแต่จัดทำ CLMV Index โดยเป็นดัชนีหุ้นของบริษัทจดทะเบียนไทยที่มีรายได้จากการลงทุนในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง หรือ CLMV ซึ่งคาดว่าจะออกได้ในช่วงปลายไตรมาส 2 ของปีหน้า และในวันที่ 1 ม.ค. 2560 ตลท.จะมีการออกดัชนี SETs ซึ่งจะเป็นหุ้นขนาดเล็กที่ต่ำกว่า SET100 ที่มีสภาพคล่องการซื้อขายที่ดี โดยจะมีหุ้นกว่า 100 บริษัทที่นำมาคำนวณดัชนี เพื่อทำให้หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กสภาพคล่องดีและมีการเติบโตได้รับความน่าสนใจจากผู้ลงทุนมากขึ้น

เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

เริ่มตั้งแต่การสานต่อการชำระราคาและส่งมอบภายใน 2 วันทำการ (T+2) ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน เพราะต้องหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง เช่น บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ผู้ดูแลหลักทรัพย์ (คัสโตเดียน) ซึ่งถ้ามองดูภาพปัจจุบันการเปลี่ยนเป็น T+2 สำหรับนักลงทุนไทยไม่มีปัญหา แต่สำหรับนักลงทุนต่างประเทศจะมีปัญหาเรื่องระยะเวลาที่ไม่ตรงกัน แต่คาดว่าน่าจะทันภายในปีหน้า จากปัจจุบันตลาดที่ใช้ T+2 คือประเทศแถบยุโรป สิงคโปร์ และมาเลเซีย

การทำให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคที่จะทำให้เป็นที่ยอมรับซึ่งกันและกัน ทั้งในรูปแบบงานที่อยู่ทั้งหน้าบ้าน เช่น ผลิตภัณฑ์ ระบบการซื้อขาย หรือระบบงานหลังบ้าน เช่น ระบบการชำระราคา ให้มีการเชื่อมโยงกัน ซึ่งอาจจะใช้ฟินเทคเป็นตัวช่วย หรือการมีดัชนี CLMV ใหม่

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะโลกกำลังหมุนเปลี่ยนไปเร็วมาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยมีเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัวมาก และยังถือว่าตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดที่แข็งแกร่งในอาเซียนแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท