
ห่วงศก.ไทยปี'60 ฟื้นช้า
หวังรัฐเร่งอัดงบลงทุนดันเม็ดเงินเข้าระบบ
หวังรัฐเร่งอัดงบลงทุนดันเม็ดเงินเข้าระบบ
เอกชนห่วงเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า กำลังซื้อไม่กระเตื้อง ส่งออกส่อเค้าแย่ ปิดรายได้ปี 2559 วืดเป้า
นายอลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าที่คิด โดยเฉพาะกำลังซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศ และการส่งออกของไทยยังไม่มีปัจจัยบวกผลักดันให้กลับมาเติบโตได้ในปีหน้า ซึ่งบริษัทกังวลว่าจะส่งผล
กระทบต่อตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าปีหน้า
ขณะที่ปัจจัยบวกมีเพียงการลงทุนของรัฐบาลอยู่ในระดับสูงเพราะภาครัฐต้องอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องการให้เร่งรัดการลงทุนให้เร็วขึ้น เนื่องจากเป็นฟันเฟืองหลักผลักดันให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
สำหรับภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไตรมาส 4 ปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นเดิมคาดว่าโต 10% แต่ปีนี้คาดว่าไม่เติบโต จากสถานการณ์ตลาดเดือน ต.ค.ค่อนข้างนิ่ง ส่งผลให้ตลาดทั้งปีไม่เติบโตมีมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท จากเดิมคาดว่าโต 7-8% สำหรับรายได้บริษัทโต 5% หรือราวกว่า 2 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 10%
นายสุวิทย์ วังพัฒนมงคล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร กล่าวว่า รายได้ของบริษัททั้งปีต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 5% จากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป การเดินทางมาซื้อสินค้าในไฮเปอร์มาร์เก็ตลดลงและหันไปซื้อสินค้าออนไลน์ ทำให้โอกาสจะซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคมีน้อยลงเป็นปัจจัยที่บริษัทมีความกังวล
“โอกาสเติบโตของสินค้ากลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในระดับแมส ต้องเร่งขยายดิสทริบิวชั่นในระดับหมู่บ้านและเน้นขยายตลาดต่างจังหวัด เพื่อสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น ในขณะที่สินค้าระดับบนก็ต้องมุ่งหน้าสร้างเว็บไซต์หรือนำสินค้าไปจำหน่ายในโลกออนไลน์”
นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจทั้งปียังอยู่ภาวะฟื้นตัวอย่างช้าๆ ส่วนภาพรวมสินค้าอุปโภคบริโภคไม่เติบโต สำหรับรายได้ปีนี้บริษัทเติบโตมากกว่า 10% หรือ 3.6-3.7 หมื่นล้านบาท เกินเป้าหมายที่วางไว้ และเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมารายได้ของบริษัทเติบโตเพียง 8% ปัจจัยผลักดันให้เติบโตมาจากการบริหารจัดการภายในองค์กร ลดต้นทุน การทำตลาดเชิงรุก
อย่างไรก็ตาม ยังกังวลเรื่องมาตรการลดภาษีนำเข้าเครื่องสำอาง น้ำหอมจาก 5-20% เหลือ 0% จะกระทบต่อกลุ่มผู้ดำเนินธุรกิจขนาดกลางและย่อมหรือเอสเอ็มอีของประเทศ ดังนั้นการลดภาษีนำเข้าภาครัฐต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าสามารถช่วยดึงนักท่องเที่ยวมาช็อปปิ้งที่ไทยได้หรือไม่และต้องแข่งขันกับฮ่องกงได้







