
สนพ.ชี้สัญญาณ ราคาน้ำมันขาขึ้น
กระทรวงพลังงานเผยสัญญาณราคาน้ำมันขาขึ้นหลังโอเปกร่วมลดกำลังผลิต จับตาอีกรอบ 9 ธ.ค. กลุ่มนอกโอเปกเอาด้วยหรือไม่
กระทรวงพลังงานเผยสัญญาณราคาน้ำมันขาขึ้นหลังโอเปกร่วมลดกำลังผลิต จับตาอีกรอบ 9 ธ.ค. กลุ่มนอกโอเปกเอาด้วยหรือไม่
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า จากการที่กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก (โอเปก) ซึ่งผลิตน้ำมันคิดเป็น 1 ใน 3 ของอุปทานโลก บรรลุข้อตกลงลดกำลังผลิตลงราว 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน หรือจาก 33.7 ล้านบาร์เรล/วัน เหลือ 3 2.5 ล้านบาร์เรล นับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2560 เป็นต้นไปนั้น ส่งผลให้สัญญาณราคาน้ำมันจะเป็นขาขึ้น แต่ก็ต้องดูว่ากลุ่มโอเปกจะปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใดและต้องจับตาดูกลุ่มนอกโอเปกว่าจะลดกำลังผลิตด้วยหรือไม่
“สำหรับราคาน้ำมันขายปลีกของไทยจะสะท้อนตามกลไกตลาดโลก แต่จะไม่ได้ขยับขึ้นทันที เพราะเมื่อต้นทุนน้ำมันดิบขึ้นก็ย่อมกระทบต่อต้นทุนในไทยเช่นกัน” นายทวารัฐ กล่าว
นอกจากนี้ สำหรับกลุ่มนอกโอเปกหากไม่ลดกำลังผลิตแล้วจะเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นหรือไม่ด้วย เพราะน้ำมันจากชั้นหินดินดานหรือเชลออยล์ในสหรัฐอเมริกาเป็นตัวแปรที่สำคัญและพร้อมจะเพิ่มกำลังผลิตหากราคาจูงใจ โดย สนพ.ที่อยู่ในทีมนักวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันของกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีกลุ่ม ปตท.ร่วมอยู่ด้วย ประเมินราคาน้ำมันดิบดูไบปี 2560 อยู่ในระดับ 50-55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยความต้องการน้ำมันดิบของโลกในปี 2560 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับราว 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน
ด้านบริษัท ไทยออยล์ รายงานว่า หลังโอเปกมีมติลดกำลังผลิตก็ทำให้ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดวานนี้ขยับขึ้น โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์
มีเดียต งวดส่งมอบเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 4.21 เหรียญสหรัฐ ปิดที่ 49.44 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน เพิ่มขึ้น 4.09 เหรียญสหรัฐ ปิดที่ 50.47 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานปรับขึ้นถ้วนหน้า โดย ปตท.ช่วงหนึ่งระหว่างการซื้อขายขึ้นไปถึง 16 บาทราคาอยู่ที่ 365 บาท/หุ้น ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบดูไบปิดวานนี้ที่ 43.99 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการประชุมระหว่างผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกและผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกในวันที่ 9 ธ.ค. เพื่อหาข้อตกลงในการลดกำลังการผลิตต่อไป โดยกลุ่มโอเปกเสนอให้ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกปรับลดกำลังการผลิตลงทั้งสิ้นราว 6 แสนบาร์เรล/วัน







