
เจาะตลาดกัมพูชา โอกาส-ความท้าทายธุรกิจไทย
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) นำผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย จำนวน 125 ราย ไปร่วมงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจ “Thai Business Council Trade Fair 2016” ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา จัดขึ้นในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ถือว่าได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าชาวกัมพูชา สนใจซื้อสินค้าไทยในระดับสูง โดยกลุ่มสินค้าอุปโภค บริโภค และสินค้าความงาม
“อัครพงศ์ ศรีสุพรรณดิฐ” รองผู้อำนวยการ สสว. เปิดเผยว่า พฤติกรรมกลุ่มลูกค้าชาวกัมพูชา จะชื่นชอบสินค้าไทยระดับสูง ทั้งสินค้าอาหาร เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า และมอเตอร์ไซค์ เนื่องจากให้ความเชื่อมั่นกับสินค้าไทยที่มีคุณภาพดี แม้ว่าในกัมพูชาจะมีคู่แข่งแบรนด์สินค้าจากต่างประเทศจำนวนมาก แต่ลูกค้ายังเลือกซื้อสินค้าจากไทยในระดับสูงกว่าประเทศอื่น ดังนั้นกัมพูชาจึงเป็นโอกาสทางการค้าที่มีความน่าสนใจและมีความสำคัญกับเอสเอ็มอี
อีกทั้งตลาดกัมพูชา มีโครงการลงทุนใหม่ในพื้นที่จำนวนมาก ยังเป็นโอกาสของธุรกิจที่เกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์สำนักงาน รวมถึงแฟรนไชส์ แต่การเข้ามาในกัมพูชา ผู้ประกอบการต้องศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าให้เข้าใจชัดเจน รวมถึงไลฟ์สไตล์ของคนในประเทศ
“จิรวุฒิ สุวรรณอาจ” อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) สถานเอกอัครราชทูตไทย ประเทศกัมพูชา และผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพนมเปญ กล่าวว่า ยังมีโอกาสสำหรับการลงทุนในประเทศกัมพูชา เนื่องจากประเทศกัมพูชาได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (จีเอสพี) ในการส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรป และประเทศสหรัฐ อีกทั้งค่าแรงกัมพูชา อยู่ในระดับ 153 เหรียญสหรัฐ/เดือน ต่ำกว่าไทยค่อนข้างมาก
ขณะเดียวกันสินค้าระดับบน ที่เจาะลูกค้ามีกำลังซื้อสูง (ไฮเอนด์) มีโอกาสในหลายธุรกิจ ทั้งบริการสปาและความงาม ธุรกิจฟิตเนส ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจบันเทิง รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค ที่เป็นสินค้าระดับบน
“จีรนันท์ วงศ์มงคล” ที่ปรึกษาสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ สำนักงานเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ตลาดในกัมพูชามีการลงทุนก่อสร้างโครงการใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และส่วนใหญ่นำเข้าวัสดุก่อสร้างจากไทย จึงเป็นช่องทางที่ดีสำหรับสินค้าก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ ส่วนธุรกิจที่มาแรงอย่างมากคือ ร้านกาแฟไทย โดยเฉพาะแบรนด์ “กาแฟอเมซอน” ได้รับความชื่นชอบจากชาวกัมพูชาสูง เห็นได้จากผู้บริโภคกัมพูชาให้ความสนใจเข้าแถวมาซื้อเครื่องดื่มแตกต่างจากร้านกาแฟแบรนด์อื่น อีกทั้งมีนักธุรกิจชาวกัมพูชาต้องการลงทุนซื้อแฟรนไชส์จำนวนมาก ในปัจจุบันมีร้านกาแฟแบรนด์ไทยเข้ามาเปิดในกัมพูชากว่า 10 แบรนด์
ธุรกิจร้านอาหาร โดยมีร้านอาหารไทยในกัมพูชาประมาณ 30 ร้าน ล่าสุดมีร้านส้มตำไทยมาเปิด ได้รับความสนใจจากลูกค้าสูง มีราคาขายส้มตำ อยู่ที่ 3 เหรียญสหรัฐ/จาน หรือประมาณ 100 บาท/จาน ต่อมาธุรกิจขายหมูปิ้ง ชาวกัมพูชาชื่นชอบหมูปิ้งมาก มีราคาขายไม้ละเกือบ 20 บาท
“จีรนันท์” กล่าวต่อว่า การลงทุนในกัมพูชาต้องศึกษากฎหมาย กฎระเบียบนำเข้าส่งออกสินค้า รวมถึงภาษี และกฎหมายแรงงาน ซึ่งการลงทุนในกัมพูชา นักลงทุนรายย่อยถือหุ้นลงทุนได้ 100% ส่วนจังหวัดที่น่าสนใจขยายธุรกิจ จะเป็นทั้งพนมเปญ เสียมราฐ และพระสีหนุ ที่ธุรกิจท่องเที่ยวขยายตัวดี
ในภาวะที่การค้าและการลงทุนในโลกชะลอตัวลง แต่มีตลาดที่เศรษฐกิจ การค้า การลงทุนเติบโตอย่างดีกับ กัมพูชา แต่การลงทุนในกัมพูชา ผู้ประกอบการต้องศึกษาข้อมูล ตลาด พฤติกรรมของลูกค้า และกฎหมายอย่างรัดกุม รวมถึงให้ภาครัฐแนะนำ จะช่วยป้องกันความเสี่ยงได้อีกทาง







