posttoday
รอสส์กับนโยบาย การค้าสหรัฐ

รอสส์กับนโยบาย การค้าสหรัฐ

01 ธันวาคม 2559

โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้กล่าวถึง วิลเบอร์ รอสส์ สุดยอดนักลงทุนรูปแบบ Distress Investment เก็งว่าจะรับตำแหน่งรัฐมนตรีพาณิชย์ในรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ในสัปดาห์นี้จะกล่าวถึงแนวคิดของรอสส์ด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศ

สำหรับจุดแข็งของรอสส์ คือ เขาจบเอ็มบีเอที่ฮาร์วาร์ด ทำงานยาวนานเป็นที่ปรึกษาด้านล้มละลาย ทำให้มีความรู้เชิงลึกในธุรกิจหลากหลายสาขา มีประสบการณ์ทำธุรกิจในต่างประเทศ เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น จีน ฯลฯ รวมถึงความเชี่ยวชาญมากด้านเจรจาต่อรองทางธุรกิจเพื่อให้ฝ่ายตนเองได้เปรียบมากที่สุด

สำหรับแนวคิดของเขาสามารถสรุป ดังนี้

ประการแรก Free trade is a slogan, not reality หรือ “การค้าเสรีเป็นคำขวัญ ไม่ใช่ความจริง” จงอย่าเป็นนักอุดมคติว่าจะต้องส่งเสริมการค้าเสรีเป็นสรณะ ต้องเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็น America first กล่าวคือ ผลประโยชน์ของสหรัฐ ถือว่าสำคัญเป็นอันดับแรก

ประการที่สอง Economics 101 : Trade deficit is a direct subtraction of GDP หรือ “หลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน 101 คือ การขาดดุลการค้าเป็นตัวเลขที่หักออกจาก GDP” กล่าวคือ GDP จะเท่ากับการบริโภคภายในประเทศ บวกด้วยการลงทุน บวกด้วยการใช้จ่ายของรัฐบาล บวกด้วยการส่งออกสุทธิหรือดุลการค้า คือ การส่งออกลบด้วยการนำเข้า ดังนั้น หากประเทศใดขาดดุลการค้า จะทำให้ GDP ต่ำลง

ประการที่สาม สหรัฐขาดดุลการค้าในแต่ละปีมากถึง 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ กระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก ขณะเดียวกันนับเป็นจุดแข็ง กล่าวคือ สหรัฐเป็นลูกค้ารายใหญ่ ทำให้มีอำนาจต่อรองสูง ดังนั้นกลยุทธ์สหรัฐคือจะต้องปฏิบัติกับประเทศต่างๆ ที่ขายสินค้าให้กับสหรัฐเสมือนกับบริษัทยักษ์ใหญ่ปฏิบัติต่อซัพพลายเออร์

กรณีบริษัทรถยนต์รายใหญ่ของโลก ซึ่งซื้อชิ้นส่วนจำนวนมากจากบรรดาซัพพลายเออร์ จะนำอำนาจต่อรองที่เหนือกว่ามาบีบบังคับซัพพลายเออร์ให้ลดราคาลง ให้ส่งมอบสินค้าแบบทันเวลาพอดี (JIT) ฯลฯ โดยขู่ว่าหากไม่ทำตาม จะเปลี่ยนไปซื้อจากรายอื่น ดังนั้น สหรัฐต้องทำในรูปแบบคล้ายคลึงกัน โดยบังคับให้ประเทศเหล่านั้นแย่งกันเสนอเงื่อนไขที่ดีที่สุดต่อสหรัฐ รวมถึงเจรจาจัดทำข้อตกลงทางการค้าใหม่และแก้ไขข้อตกลงทางการค้าเดิมเพื่อให้สหรัฐเป็นฝ่ายได้เปรียบมากขึ้น

ประการที่สี่ หลายฝ่ายหวั่นเกรงว่าทรัมป์จะก่อสงครามการค้านั้น รอสส์กลับเห็นตรงข้าม โดยให้ทัศนะว่าความจริงแล้วสงครามการค้าได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ในระยะที่ผ่านมาฝ่ายสหรัฐไม่ส่งทหารมาประจำการที่ป้อมปราการแต่อย่างใด จึงเป็นฝ่ายเสียเปรียบมาโดยตลอด การที่ทรัมป์ประกาศว่าจะเก็บอากร 35% จากสินค้านำเข้านั้น ไม่ได้ต้องการก่อสงครามการค้าให้ลุกลามแต่อย่างใด แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอำนาจต่อรองเพื่อให้การเจรจาบรรลุผลเท่านั้น รวมถึงป้องปรามไม่ให้บริษัทสหรัฐย้ายฐานผลิตไปยังต่างประเทศ

สุดท้านนี้ รอสส์ กล่าวว่า ภายหลังทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง แทนที่ประเทศจะล่มสลายอย่างที่หลายฝ่ายหวั่นเกรงกันไว้ตรงกันข้าม ดัชนีดาวโจนส์ได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ นับเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดีว่าประชาชนและภาคธุรกิจตอบรับนโยบายของทรัมป์ว่าถูกต้อง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท