
ปะทะในสองพื้นที่ ชะงักค้า‘เมียนมา’
การปะทะสองพื้นที่เมืองกุดไก-มิวในเมียนมา ชะงักธุรกิจท้องถิ่นปิดเส้นทางส่งออกสินค้าไปยังจีน
การปะทะสองพื้นที่เมืองกุดไก-มิวในเมียนมา ชะงักธุรกิจท้องถิ่นปิดเส้นทางส่งออกสินค้าไปยังจีน
รายงานข่าวจากเมียนมาไทมส์ เปิดเผยว่า จากความขัดแย้งในเมืองกุดไกและเมืองมิว ประเทศเมียนมา ส่งผลให้การค้าหยุดชะงักจากการปะทะกันตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุ ปีนี้มูลค่าการส่งออกไปยังประเทศจีนอยู่ที่ราว 3,800 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่าการนำเข้าราว 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ มีจำนวนรถบรรทุกกว่า 1,000 คัน ที่ขนส่งสินค้าผ่านพื้นที่ดังกล่าว คิดเป็นมูลค่าสินค้ากว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ/วัน
นางอองซานซูจี ประธานสมานฉันท์และสันติภาพแห่งชาติ เปิดเผยคำแถลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าสะพานเหมืองแร่ซึ่งถูกโจมตีในพื้นที่ชายแดน ทำให้ตัดช่องทางการค้า คมนาคม และการสื่อสาร กระทบด้านเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่
นายขิ่นหม่องลวิน ผู้ช่วยเลขานุการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า รายได้รายวันของชาวบ้านหายไป อีกทั้งผู้ค้าไม่กล้าเข้าไปในพื้นที่จากความรุนแรงที่เกิดขึ้น
นายมิงอ่อง (U Ming Aung) ตัวแทนรัฐบาล และผู้ช่วยผู้อำนวยการชายแดนรัฐฉาน กล่าวว่า จะใช้เวลาราว 10-14 วัน เพื่อฟื้นสถานการณ์ในพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติจากสะพานที่ถูกทำลาย ทำให้การขนส่งสินค้าไปยังเมืองมิวมีความยากลำบาก
นายโซ่ทุน รองประธานสหพันธ์ข้าวเมียนมา กล่าวว่า การค้าชะงักเพราะการถูกโจมตี ซึ่งหากปิดเป็นระยะเวลาสั้นอาจไม่ส่งผลกระทบเท่ากับการปิดเส้นทางเวลานาน ด้วยกระทบต่อการค้า เพราะผู้ส่งออกและนำเข้าส่วนใหญ่ใช้เส้นทางนี้ ทั้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยเส้นทางการค้า 105 ไมล์ เป็นเส้นทางการค้าหลักที่เชื่อมต่อไปยังประเทศจีน ซึ่งส่งออกข้าว เครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่นๆ โดยเมียนมาส่งออก ข้าว ข้าวโพด ถั่ว ปลาไหล กุ้ง ปู และผลไม้ไปยังประเทศจีน รวมถึงวัสดุในการก่อสร้างด้วย
นายทุนเอ ประธานสมาคมการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางทะเลเมียนมา ระบุว่า อุตสาหกรรมสินค้าทางทะเลได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะเชื่อมต่อการค้ากับประเทศจีน อีกทั้งการซื้อขายในประเทศจะได้รับผลกระทบหากเส้นทางการค้ายังปิด สอดคล้องกับผู้ประกอบการในภาคเกษตรจะได้รับผลกระทบหากเส้นทางยังปิดด้วยส่งออกไปจีนจำนวนมาก







