
เอดีบีประชุมลุ่มน้ำโขง
เอดีบี เตรียมจัดประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงครั้งที่ 21 วางแผนความร่วมมือเศรษฐกิจ 6 ประเทศในระดับภูมิภาค
เอดีบี เตรียมจัดประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงครั้งที่ 21 วางแผนความร่วมมือเศรษฐกิจ 6 ประเทศในระดับภูมิภาค
น.ส.ญาณิสร แสงจันทร์รุ่ง ฝ่ายให้คำปรึกษาของธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า เอดีบีเตรียมจัดงานประชุมสุดยอดผู้นำระดับรัฐมนตรีอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) ครั้งที่ 21 ที่ จ.เชียงราย ในวันที่ 30 พ.ย.-1 ธ.ค.นี้ เพื่อกำหนดแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคระหว่างทั้ง 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทย และจีน
นอกจากนี้ ยังจะร่วมวางข้อตกลงระดับรัฐมนตรีในความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาจีเอ็มเอส ครั้งที่ 21 (จอยท์ มินิสเตอเรียล สเตทเมนต์) ซึ่งคาดว่าการประชุมครั้งนี้จะเพิ่มโครงการพัฒนาภูมิภาคตลอดจนเม็ดเงินลงทุนจากเดิมซึ่งอยู่ที่ราว 1.05 ล้านล้านบาท ตามกรอบลงทุนระหว่างปี 2557-2561 จึงมีโอกาสที่ประเทศไทยจะต่อยอดความร่วมมือขยายโครงการของเอดีบีที่จากเดิมมีอยู่ 9 โครงการ วงเงินรวม 9.52 หมื่นล้านบาท อาทิ โครงการขยายถนนและสร้างสะพานบริเวณเขตการค้าชายแดนแม่สอด-เมียวดี ซึ่งเป็นเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ EWEC โครงการขยายถนนเชื่อมต่อเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการค้าการลงทุนของภูมิภาค
สำหรับการประชุมครั้งนี้จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรกรรมสมัยใหม่ เช่น เกษตรอินทรีย์เพิ่มมูลค่าสร้างแบรนด์อาหารเข้าสู่ห่วงโซ่ตลาดโลก รองรับการขยายตัวของประชากรโลก รวมถึงวางแผนช่วยเหลือเอสเอ็มอีในภูมิภาค และจัดทำแผนพัฒนาระบบขนส่งในภูมิภาคเพื่อนำเสนอกับเอกชนแต่ละประเทศนำไปสู่การลงทุนร่วมกันในกิจการของรัฐ (พีพีพี)
ทั้งนี้ เอดีบีมองถึงอุปสรรคการพัฒนาภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในปัจจุบัน ประกอบด้วย 1.ต้นทุนโลจิสติกส์สูง จากการขนส่งในภูมิภาคไม่เชื่อมโยงกันมากพอ 2.กฎระเบียบยังไม่เป็นซิงเกิ้ล วินโดว์ ส่งผลให้การพัฒนาเกิดความล่าช้า และ 3.กรอบการลงทุนยังไม่มีความเป็นเอกภาพในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ที่ต้องใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาร่วมกัน
ขณะที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมีประชากรทั้งหมด 329 ล้านคน มีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกัน 9.55 แสนล้านบาท โดยมีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 15.42 ล้านล้านบาท มีมูลค่าการนำเข้าราว 14.22 ล้านล้านบาท ในปี 2557 นอกจากนี้ในปี 2556 มีเม็ดเงินลงทุนทางตรงจากต่างชาติ (เอฟดีไอ) อยู่ที่ 5.25 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี 2535-2557 เอดีบีลงทุนในโครงการพัฒนาภูมิภาคลุ่มน้ำโขงไปแล้วกว่า 70 โครงการ วงเงินรวม 5.95 แสนล้านบาท







