
Biometrics
โดย...บุญสน เจนชัยมหกุล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส
โดย...บุญสน เจนชัยมหกุล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส
ข่าวประกาศตัวล่าสุดของธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ในการใช้ไบโอเมตริกซ์ด้านเสียง (Voice Biometrics) ให้ลูกค้ายืนยันตัวตนด้วย “เสียงพูด” แทนรหัสผ่านในการเข้าสู่ระบบธนาคารผ่านซิตี้โฟน แบงก์กิ้ง ทำให้มีคำถามเกิดขึ้นว่าเทคโนโลยีชีวภาพนี้ มีความพร้อมสมบูรณ์เพียงใด
มีนักวิจัยกลุ่มหนึ่งมีความเชื่อว่า สมองมนุษย์มีตรรกะการจดจำที่มีประสิทธิภาพที่สุด จึงมีแนวคิดที่จะเลียนแบบสมองมนุษย์ในการจดจำผู้คน ซึ่งแน่นอนที่สุด เราจดจำคนรอบข้างของเราในระยะใกล้จากใบหน้าและระยะไกลจากเสียง
ผู้ที่ไม่เคยติดตามเทคโนโลยีนี้มาก่อน คำถามแรกคงหนีไม่พ้น หากเราเป็นหวัด เสียงที่เพี้ยนไปก่อผลกระทบต่อการแสดงตนด้วยวิธีการนี้หรือไม่ ต่อด้วยคำถามถึงความเป็นไปได้ในการเลียนเสียง หรือนำเสียงที่บันทึกไว้ไปแสดงตนเหมือนในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ได้หรือไม่
เทคโนโลยีชีวภาพนี้ ใช้การวัดคลื่นเสียงที่ออกมาจากอวัยวะหลายร้อยชิ้นที่ทำการเปล่งเสียง โดยจะนำเอาคลื่นเสียงในการแสดงตัวตนมาเทียบกับคลื่นเสียงเดิมของเราที่มีการบันทึกไว้ในระบบแม้ว่าจะมีอาการอักเสบที่ลำคอเนื่องจากหวัดและทำให้ได้เสียงเปลี่ยนไป แต่คลื่นเสียงของเรายังคงรูปแบบเดิมทุกประการ
การเลียนเสียงพูดทำโดยการเลียนแบบการเน้นย้ำคำพูดหรือการเว้นจังหวะของการออกเสียง แต่ไม่สามารถเลียนแบบคลื่นเสียง ซึ่งกำเนิดจากอวัยวะของเราที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ จึงทำให้การปลอมอัตลักษณ์ของเราด้วยวิธีการนี้ใช้ไม่ได้
การบันทึกเสียงพูด เป็นอีกทางหนึ่งที่ง่ายมากในการปลอมตัวตนเป็นเจ้าของเสียง แต่อย่าลืมครับว่านักวิจัยเหล่านี้เป็นแฟนคลับตัวยงของภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ เวลาเราแสดงตัวตนด้วยเสียงจะหลีกไม่พ้นที่จะมีเสียงในระดับความถี่ต่างๆ รอบตัวส่งเข้าไปด้วย และด้วยหลักที่ว่าเราไม่สามารถที่จะอยู่ในสภาพแวดล้อมทางเสียงที่เหมือนกันได้ทุกครั้ง ดังนั้น การเทียบเคียงกับการแสดงตนในอดีตที่ผ่านมาแล้วมีอัตราความแม่นยำที่สูงเกินไปจะเข้าข่ายน่าสงสัยทันที ระบบจะทำการทดสอบเพิ่มเติมด้วยการสุ่มให้ออกเสียงคำต่างๆ เพื่อพิสูจน์ตัวตนเพิ่มเติม
เทคโนโลยีชีวภาพด้านโครงหน้า (Facial Recognition) เป็นวิวัฒนาการที่ก้าวหน้าไม่แพ้กัน โดยอาศัยหลักที่ว่าต่อให้มีการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงใบหน้าไปอย่างไร ก็ไม่สามารถจะเลียนแบบการทำมุมของจุดต่างๆ บนกะโหลกศีรษะ ซึ่งมีความแตกต่างกันเพียงพอที่จะระบุอัตลักษณ์ได้ และมีจุดเด่นตรงที่สามารถระบุตัวตนจากกล้องในระยะไกลโดยไม่ต้องแจ้งให้บุคคลนั้นทราบล่วงหน้า ทำให้หน่วยงานของรัฐในบางประเทศเริ่มมีการเก็บข้อมูลชีวภาพของประชากรด้วยเทคโนโลยีนี้ นั่นหมายความว่า ในอนาคตเราจะสามารถแสดงตนของเรากับสถาบันการเงินต่างๆ ด้วยใบหน้าของเราแทนการยื่นบัตรประชาชนได้
เทคโนโลยีชีวภาพด้านเสียงไม่ใช่เรื่องใหม่ บริษัทที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านนี้ที่สุดได้ทำการเปิดตัวการใช้งานในเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 โดยเริ่มต้นจากเทคโนโลยีการเปลี่ยนเสียงเป็นคำพูด (Speech Recognition) โดยสามารถสั่งการเครื่องด้วยเสียง แต่สิ่งที่ทำให้จดจำเป็นอย่างดีกลับเป็นตลกร้ายของการเปิดตัวว่าในระยะแรกระบบนี้จะใช้ได้กับประชากรที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักเท่านั้น (Native English Speaking Country) สำหรับประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก เช่น ออสเตรเลีย จะต้องรอใช้งานในระยะต่อไป
เราต้องยอมรับว่าในอนาคตอันใกล้ การกำหนดรหัสผ่านด้วยตัวเลข ตัวอักษร และอักขระพิเศษที่มีความสลับซับซ้อนกำลังจะหมดไป แต่จะมีการนำเอาเทคโนโลยีชีวภาพต่างๆ เข้ามาแสดงตัวตนแทน ซึ่งนอกจากมีความแม่นยำสูงแล้ว ยังใช้งานได้ง่ายอีกด้วย อีกไม่นานเด็กที่เกิดในยุคต่อไปจะไม่รู้จักกับคำว่ารหัสผ่าน หรือ Password อีกต่อไป







