posttoday
เมื่อเห็นการลงมือทำ ของศูนย์กลางทาง การเงินในเรื่อง FinTech

เมื่อเห็นการลงมือทำ ของศูนย์กลางทาง การเงินในเรื่อง FinTech

28 พฤศจิกายน 2559

โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

มีความคึกคักและเคลื่อนไหวมากๆ ในเรื่องที่มีความสำคัญสูงมากในการก้าวไปสู่รูปแบบการปฏิรูปการให้บริการทางการเงิน (New Business Model for Financial Services on New Technology) จนมีคนกล่าวว่า “คนเราต้องการบริการทางการเงิน แต่อาจไม่ต้องการแบงก์” ทำไมจึงมีคำกล่าวแบบนั้นเกิดขึ้นมา

1.ประชากรยุคใหม่ คนรุ่นใหม่ นิสัยแบบใหม่ การมีคติความเชื่อในการใช้ชีวิตแบบใหม่ ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทและมีปริมาณมากขึ้น มาทดแทนคนในรุ่นอะนาล็อก ที่นับวันจะเกษียณออกไป หรือล้มหายตายจากไป
2.เทคโนโลยีบนระบบสารสนเทศ มีพลังมหาศาลมากขึ้นกว่าอดีตมากๆ มีความทันสมัย สามารถทำงานยากๆ ได้ ใช้งานได้ง่าย และมีต้นทุนที่ใครๆ ก็สามารถจัดหาเอามาใช้งานได้ ตัวอย่างพื้นฐาน คือ โทรศัพท์เคลื่อนที่อัจฉริยะ (Smart Mobile Phone)

3.บริการทางการเงินที่ผู้คนได้รับในปัจจุบัน ผู้คนเริ่มตั้งคำถามกับความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย มีการตั้งคำถามถึงความล่าช้า หลายขั้นตอนกับการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ

4.การหลอมรวมระหว่างบริการทางการเงินกับเทคโนโลยี บนแนวคิดการแก้ปัญหาที่มีอยู่ในบริการปัจจุบันให้ดีขึ้น จนกลายมาเป็นการให้บริการที่โดดเด่น เป็นโอกาสที่จะให้คนหนุ่มสาว สร้างงาน สร้างอาชีพบนความรู้ความสามารถมีความมั่งคั่งขึ้น ยิ่งไปผ่านการใช้ทุนของตลาดทุน ก็ยิ่งทำให้คนที่ลงมือทำ มีอายุน้อย กลายเป็นเศรษฐี

สิ่งที่ผมได้มาเห็นจากศูนย์กลางทางการเงินที่เป็นเกาะ 2 แห่ง คือ สิงคโปร์และฮ่องกง ก็พบว่ามีความตื่นตัวสูง มีการจัดงานเป็นสัปดาห์เกี่ยวกับ FinTech คำถามคือแล้วฝ่ายดูแลนโยบายได้ลงมือทำไปแล้วมีอะไรบ้าง พวกเขาทำในเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจังมากๆ ครับ เขาทำดังนี้ครับ

1.จัดให้มีกระบวนการค้นหา สนับสนุน ช่วยเหลือคนที่คิดว่าใช่ในเรื่องนี้ได้มีเวทีในการแสดงความคิดเห็นหรือนำเสนอความคิดของตนเอง กลุ่มของตนเองอย่างเป็นระบบ จนได้พวกที่เก่งๆ แบบตัวเป็นๆ ออกมามากพอควร

2.จัดให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ความเห็นทั้งแบบกลุ่มแบบเดี่ยว จัดให้มีสภาพแวดล้อมทั้งที่จับต้องได้กับแบบจับต้องไม่ได้ มีตั้งแต่จัดสถานที่เป็น Innovation Hub for FinTech Development มีการจัดทำการวิจัยและสร้างต้นแบบการให้บริการทางการเงินเพื่อการแก้ไขปัญหา ภาคส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วมมากันครบ นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักการเงิน นักการธนาคาร นักกฎหมาย เจ้าหน้าที่จากธนาคารกลาง หรือหน่วยงานกำกับดูแลมา “ทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง”

3.ทุกฝ่ายเปิดใจกว้างขึ้น ฟังกันมากขึ้น พูดกันมากขึ้น ลดความเป็นตัวตน เช่น “ฉันเป็นผู้กำกับ เธอเป็นผู้ถูกกำกับออกไป” ต่างมาทำงานบนความคิดไม่ถือเขาถือเรา เคารพในบทบาทหน้าที่ในแต่ละฝ่ายที่ต้องมี

4.จัดให้มีระบบของการทดลองใช้บริการ หรือที่เราเรียกว่า กระบะทรายเพื่อการทดลอง การทำจริง ใช้จริง ลูกค้าจริง คนให้บริการจริง แล้วดู
ผลกระทบทั้งหมดรอบข้าง รวมถึงมาตรการเยียวยาถ้ามันไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้ กฎหมายที่กำกับดูแลก็มีการผ่อนผันเพื่อให้บริการทางการเงินได้มีโอกาสโผล่มาหายใจได้ บนสิ่งที่ต้องคิดมากๆ คือ การคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน

สิ่งที่ผมได้เห็น คือ มีการเชิญน้องๆ นักศึกษาที่เก่งๆ คิดเก่งๆ มาเข้าแคมป์ มีคนจากบริษัทเทคโนโลยี จากธนาคาร จากภาคธุรกิจ มาสอน มาให้ข้อมูล มาร่วมให้ความคิด มาให้ประเด็นปัญหาของบริการทางการเงิน แล้วให้น้องๆ เหล่านั้นไปใช้เทคโนโลยีที่มีในยุคนี้ คือ Blockchain มาแก้ปัญหา จากนั้นนำเอาบริการมาทำการทดสอบว่าแนวคิดนั้นถูกทาง (Proove of Concept) พอได้บริการต้นแบบ (Prototype) ออกมาแล้ว ก็เปิดให้ลูกค้าที่สนใจ มีคุณสมบัติตามเกณฑ์เข้ามาใช้บริการภายใต้การควบคุมสภาพแวดล้อม (Regulatory Sandbox) เมื่อได้ผลออกมาระยะหนึ่งก็มาดูว่าจะไปต่อหรือเลิก (Go Big or Go Home)

มันเป็นไปได้อย่างไร เด็กปี 1 วิศวะในมหาวิทยาลัย คิดคำตอบในเรื่อง Trade Finance โดยใช้แนวคิดและเครื่องมือ Blockchain บนคำถามว่า ทำไมต้องทำแบบนี้ ทำไมไม่ทำแบบนั้น มันจะดีกว่าหรือไม่ถ้าทำแบบนี้ อะไรประมาณนั้น...ผมเห็นผลงานเขาแล้วบอกได้คำเดียวกับคุณภาพของคนใน 2 เกาะ ว่า หนาวมากเมื่อมาดูพัฒนาการของฝั่งเราครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท