posttoday
‘อนิศ โอสถานุเคราะห์’ ลงทุนหุ้นยาวผสมเก็งกำไรได้กำไร12%

‘อนิศ โอสถานุเคราะห์’ ลงทุนหุ้นยาวผสมเก็งกำไรได้กำไร12%

25 พฤศจิกายน 2559

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

“อนิศ โอสถานุเคราะห์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีมีเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (DCORP) เล่าถึงหลักการบริหารเงินส่วนตัวหลักๆ จะแบ่งเป็น 4 ส่วน คือ เก็บออมไว้ใช้ยามจำเป็นในอนาคต เก็บไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน ทำบุญหรือทำประโยชน์เพื่อสังคม และใช้พัฒนาตัวเองเพื่อความก้าวหน้า เช่น ซื้อคอร์สอบรมความรู้ต่างๆ และได้จัดสรรเงินแบบนี้มาหลายปีแล้ว เพราะมองว่าการออมมีความสำคัญ เพื่อเตรียมเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอนาคตจะมีอะไรเกิดขึ้น

ขณะที่การเก็บออมเงินของพอร์ตลงทุนรวมทั้งหมดนั้นจะแบ่งสัดส่วนลงทุน 3 ส่วนหลัก คือ มีหุ้นมากที่สุดสัดส่วนเกิน 50% ของพอร์ตทั้งหมด กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ประมาณ 20% และเป็นประกันอีกราว 20% สำหรับพอร์ตการลงทุนส่วนตัวในหุ้นลงทุนแบบจริงจัง เมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมาจะแบ่งเป็นการลงทุนในหุ้นระยะยาวที่มีปัจจัยพื้นฐานที่มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง และราคาหุ้นมีโอกาสปรับเพิ่มไปด้วยตามผลประกอบการ รวมถึงมีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ส่วนนี้ประมาณ 50% ของพอร์ต มีประมาณ 4-5 ตัว ส่วนที่เหลืออีก 50% จะลงทุนในหุ้นเก็งกำไรที่มีข่าวดีในช่วงนั้นๆ รวมถึงใช้การดูกราฟควบคู่ไปด้วย

ยกตัวอย่างในกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติที่เคยเกิดขึ้น เช่น เกิดเหตุระเบิดในปี 2558 ซึ่งเป็นประเด็นที่ไม่ได้มีผลกระทบปัจจัยพื้นฐานธุรกิจหรือกำไรของบริษัท แต่ราคาหุ้นในช่วงนั้นร่วงลงจากความตระหนก (Panic) ถือเป็นโอกาสในการเข้าซื้อเก็บหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี เพราะเมื่อระยะเวลาผ่านไปราคาหุ้นจะปรับขึ้นไปสู่ราคาที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ หรือช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 แต่เมื่อน้ำลดลงแล้วจำเป็นต้องมีการบูรณะซ่อมแซม ซึ่งหุ้นที่จะได้ประโยชน์คือวัสดุก่อสร้างในช่วงนั้นเวลา 3 เดือน หุ้นกลุ่มนี้ฟื้นกลับทำกำไรได้ 100%

ขณะที่การลงทุนในหุ้นที่ต้องการถือระยะยาวให้มองว่าเหมือนตัวเราจะเข้าไปเป็นเจ้าของธุรกิจเอง ต้องทำการบ้านศึกษาหาข้อมูลเชิงลึกว่าธุรกิจมีแผนจะขยายกิจการและมีโอกาสเติบโตอย่างไร ซึ่งปัจจุบันแหล่งข้อมูลการลงทุนต่างๆ หาได้ผ่านอินเทอร์เน็ต ส่วนตัวมองว่าอุตสาหกรรมที่มีโอกาสการเติบโตในอนาคตคือพลังงานและไอที เพราะการหมุนของโลกปัจจุบันจำเป็นต้องใช้พลังงานเพื่อสร้างความเจริญให้กับโลก ซึ่งมุมมองการลงทุนของผมเริ่มหลังจากเข้ามานั่งเป็นกรรมการบริหารของ DCORP จากอดีตที่ผ่านมามักลงทุนตามคนรอบข้างแนะนำตัว ส่วนจะขาดทุน ก็ต่อเมื่อเรารู้และศึกษาดู ปัจจัยพื้นฐานมีความสำคัญที่มีผลสะท้อนต่อราคาหุ้นหากธุรกิจสร้างกำไรและเมื่อเปรียบอัตราราคาปิดกำไรต่อหุ้น (พี/อี) จะทำให้เห็นโอกาสการเติบโตของกำไรในอนาคตได้ การจัดพอร์ตลงทุนลักษณะนี้สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 12% ต่อปี

“มุมมองส่วนตัวที่เล่นหุ้นเก็งกำไรอยู่บนหลักการว่า 1.อย่าเครียด 2.อย่าให้เดือดร้อนกับชีวิต ถ้ายังไม่ผ่านสองข้อนี้ไม่ควรลงทุนอย่างเด็ดขาด ถ้าคิดว่าลงทุนแล้วหากต้องเสียเงินไปแล้วชีวิตเดือดร้อนอย่าทำ”

นอกจากนี้ หากย้อนกลับไปในอดีตการขาดทุนเพราะอยากรวยเร็วเลยลงทุนในหุ้นปั่น ซื้้อขายแบบเก็งกำไรระยะสั้นจบใน 1 วัน แต่เมื่อลงหุ้นบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี การดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน การลงทุนในหุ้นกลุ่มเหล่านี้ในลักษณะออมเงินระยะยาว บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) จะได้รับประโยชน์จากที่ประเทศไทยเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว มีการเปิดสนามบินใหม่เพิ่มบวกกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และบริษัท ปตท. (PTT) จะไม่ค่อยขาดทุน

ดังนั้น ลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เพื่อความมั่นคง และซื้อประกันชีวิตและสุขภาพมีความจำเป็น เพราะอายุมากขึ้นหากมีการเจ็บป่วยจะมีค่ารักษาพยาบาลที่ค่อนข้างมาก การซื้อประกันจึงจำเป็นแม้ว่าผลตอบแทนน้อย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท