
มิราเคิล กรุ๊ป บุกตลาดห้องนัดพบ
เปิดตัว Miracle Co-working Space สนามบินดอนเมือง เอาใจสาย low-cost เพียงคนละ 200 บาท
เปิดตัว Miracle Co-working Space สนามบินดอนเมือง เอาใจสาย low-cost เพียงคนละ 200 บาท
ดร. อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรรมการบริหาร บริษัทมิราเคิล กรุ๊ป กล่าวว่า Miracle Co-working Space ถือเป็น co-working space แห่งแรกในสนามบิน ตอบโจทย์ทุกการนัดหมายอย่างลงตัว เน้นรูปแบบการให้บริการแบบ low-cost ราคาเป็นมิตรกับลูกค้าเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดท่องเที่ยวอีกทั้งตั้งใจทำเป็นจุดพักระหว่างการเดินทางแห่งใหม่ตลอดจนสำนักงานและที่ประชุมชั่วคราวสำหรับนักธุรกิจที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในกรุงเทพ พร้อมด้วยการเดินทางที่สะดวกสบายเข้าถึงง่ายอีกด้วย ค่าใช้จ่ายตลอดปีนี้เพียงท่านละ 200 บาทต่อ 2 ชั่วโมง
ดร. อัศวิน กล่าวต่อว่า Miracle Co-working Space มีหลากหลายมุมให้เลือกตามความพึงพอใจ ไม่ว่าจะเป็นมุมทำงานแสนสะดวก มุมพักผ่อนแสนสบาย มุมรับรองการพบปะทางธุรกิจ และอื่นๆ ที่ครบครันด้วยอุปกรณ์อันทันสมัย และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่จะทำให้ไม่พลาดทุกการติดต่อ พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน รวมเครื่องดื่ม ฯลฯ ที่มีให้บริการตลอดเวลา all-day dining ใช้งบลงทุนกว่า 25 ล้านบาท ด้วยแนวคิดที่ต้องการเปิดพื้นที่เพื่อการพบปะ นัดหมาย พักผ่อน ทำงาน หรือ ประชุม ฯลฯ ด้วยคอนเซ็ปและการตกแต่งร้านที่โปร่งสบาย หรูหรา ทันสมัย สอดคล้องกับทุกความต้องการอย่างลงตัว ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 500 ตรม. บริเวณชั้น 4 อาคารผู้โดยสาร 2 สนามบินดอนเมือง รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ร้านค้า ร้านอาหาร ธนาคาร เปิดให้บริการทุกวัน ระหว่างเวลา 06.00 – 22.00 น.
ดร. อัศวิน กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทมิราเคิลเปิดตัว Sleep Box by Miracle ห้องพักแนวใหม่ในสนามบิน ซึ่งได้เสียงตอบรับที่ดีทำให้เตรียมตัวเดินหน้าเปิดบริการ Sleep Box เพิ่มอีก 2 แห่งในปีหน้า ประกอบด้วย Sleep Box งบการลงทุน 40 ล้านบาท บริเวณอาคารผู้โดยสาร 2 ชั้น 4 ตรงข้ามกับ Miracle Co-working Space ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในช่วงปลายเดือนมีนาคม และ Sleep Box บริเวณอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 30 ห้อง งบการลงทุน 60 ล้าน อย่างไรก็ตามยังตั้งเป้าเปิด Miracle Lounge เพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง ในสนามบินดอนเมือง ประกอบด้วยบริเวณอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ จำนวน 1 แห่ง งบลงทุน 6 ล้านบาท และบริเวณอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศอีก 2 แห่ง วงเงินลงทุนทั้งหมด 20 ล้าน นอกจากนี้ปีหน้ายังจะเปิด Miracle Lounge ขนาด 3000 ตรม. สำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่ง และชั้นธุรกิจ ณ Concourse D ที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ วงเงินลงทุนทั้งหมด 150 ล้านบาทคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ต้นปีหน้า
ดร.อัศวินกล่าวถึงโอกาสการทำตลาดว่า ปัจจุบันสายการบินต่างๆเริ่มมีการพิจารณาปิดห้องรับรองผู้โดยสาร(Lounge)ของสายการบิน เนื่องจากมีต้นทุนสูง โดยคาดว่าจะมีการแจกคูปองให้แก่ผู้โดยสารเพื่อให้ไปใช้บริการ Lounge ภายในสนามบินแทนเพื่อลดต้นทุนของสายการบิน ทั้งนี้ในส่วนของราคาคูปองจะมีราคาตั้งแต่ 400-800 บาท(รวมหมดทุกอย่าง) ปัจจุบันมีสายการบินประมาณ 50 สายการบินที่ลงจอดในท่าอากาศยานดอนเมือง โดยเฉพาะสายการบินเจแปนแอร์ไลน์(JAL) ได้ให้ความสนใจใช้บริการห้องรับรองฯ (Lounge) ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผู้โดยสารจากสายการบินดังกล่าวมาใช้บริการประมาณ 300-400 คนต่อวัน เนื่องจากห้องรับรองฯมีความพร้อมในการให้บริการและเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง รวมถึงสะดวกต่อการเข้าถึงเพื่อใช้บริการเพราะมีหลายจุดในสนามบิน นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกอาหารจานด่วนให้กับผู้โดยสารภายในสนามบิน ด้วยการเปิดร้านอาหารตามสั่งในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ราคาอาหารจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30-60 บาท







