
ตั้งนักวิเคราะห์ไอพีโอ
ก.ล.ต.อัดเงินตั้งนักวิเคราะห์อิสระดูไอพีโอ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนมองทำบทวิเคราะห์หุ้นไอพีโออย่างเดียวไม่ตอบโจทย์
ก.ล.ต.อัดเงินตั้งนักวิเคราะห์อิสระดูไอพีโอ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนมองทำบทวิเคราะห์หุ้นไอพีโออย่างเดียวไม่ตอบโจทย์
นายประกิด บุณยัษฐิติ ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.ได้หารือร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เพื่อให้นักวิเคราะห์อิสระแสดงความเห็นหรือออกบทวิเคราะห์ของบริษัทที่กำลังจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) และเริ่มออกในปี 2560 นี้ พร้อมทั้งจะเป็นผู้ให้เงินสนับสนุนเพื่อผลักดันให้มีนักวิเคราะห์อิสระ
ทั้งนี้ เนื่องจากมองว่าการให้มีนักวิเคราะห์อิสระออกบทวิเคราะห์มีความเหมาะสมมากกว่า เพราะเป็นผู้ที่ไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่ผู้ออกหลักทรัพย์หรือรับประกันการจัดจำหน่ายออกมาให้ความเห็นหรือบทวิเคาะห์เอง เพราะถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและมีจุดประสงค์ที่จะขายหุ้นออกมาให้หมด โดยในช่วงแรกจะให้นักวิเคราะห์อิสระออกวิเคราะห์หุ้นไอพีโอก่อน เพราะหุ้นที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นมีโบรกเกอร์ที่ออกบทวิเคราะห์เป็นข้อมูลแนะนำให้กับลูกค้าหรือนักลงทุนอยู่แล้ว
“หุ้นไอพีโอปกติโบรกเกอร์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมจะไม่ทำบทวิเคราะห์เพราะไม่ได้ขาย ขณะที่ผู้รับประกันการจัดจำหน่ายหากทำบทวิเคราะห์ไอพีโอจะมีความขัดแย้งเชิงผลประโยชเพราะอยากขายให้หมด จึงเป็นงานที่คนในตลาดยังไม่มีใครทำ ก.ล.ต.จึงต้องการสนับสนุนโดยออกเงินทุนให้สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนจัดหานักวิเคราะห์อิสระ” นายประกิด กล่าว
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า แนวคิดจะให้สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ออกบทวิเคราะห์หุ้นไอพีโอเพียงอย่างเดียว มองว่าอาจจะไม่ตอบวัตถุประสงค์ของสมาคมที่ต้องการแก้ปัญหาหลัก คือ การเพิ่มจำนวนนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมที่ขาดแคลน และมีหุ้นอีกประมาณ 500 ตัว ในตลาดหุ้นที่ยังไม่มีโบรกเกอร์ออกบทวิเคราะห์ เพราะกังวลว่าจะทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มหุ้นที่ไม่มีโบรกเกอร์ทำบทวิเคราะห์เพราะไม่มีมูลค่าการซื้อขายสม่ำเสมอ
สำหรับแนวคิดของสมาคมที่เสนอต่อ ก.ล.ต. และ ตลท. เพราะต้องการตั้งทีมวิจัยที่อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมเพื่อจะทำบทวิเคราะห์ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำบทวิเคราะห์ครอบคลุมไว้ ซึ่งจากโบรกเกอร์ทุกแห่งจะมีการทำบทวิเคราะห์รวมกัน 200 บริษัท โดยส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่ซ้ำกันจากหุ้นทั้งหมดที่มีประมาณ 700 บริษัท ส่งผลให้นักลงทุนขาดข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุน และหุ้นที่ไม่มีบทวิเคราะห์มีความเสี่ยงที่จะเกิดการสร้างราคาได้ อีกทั้งสมาคมยังมีแนวคิดที่จะสร้างอะคาเดมี เพื่อเป็นสถาบันในการพัฒนาสร้างนักวิเคราะห์หน้าใหม่เข้าสู่ระบบเพิ่มเข้ามาในอนาคตเพื่อแก้ปัญหาจำนวนนักวิเคราะห์ที่ยังไม่เพียงพอ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับภาพรวมของตลาดทุน
อย่างไรก็ดี สมาคมพร้อมที่จะนำแนวคิดของ ก.ล.ต. ที่ต้องการให้มีบทวิเคราะห์ของหุ้นไอพีโอออกมาไปหารือเพื่อพิจารณาในคณะกรรมการของสมาคม จากนั้นจึงจะนำผลกลับไปหารือกับ ก.ล.ต.และ ตลท.อีกครั้ง ทั้งนี้ หากสมาคมมีทีมวิจัยที่สามารถออกบทวิเคราะห์ได้ ทั้งหุ้นที่มีการซื้อขายอยู่ในตลาดอยู่แล้วและหุ้นไอพีโอด้วยจะเป็นการทำงานที่ครบวงจรทั้งระบบมากกว่า
“สิ่งที่สมาคมเสนอไปนั้น ทั้งการทำบทวิเคราะห์ รวมถึงสร้างจำนวนวิเคราะห์เพิ่มนั้น ถือเป็นการสร้างประโยชน์กับภาพรวมของตลาดหุ้นของไทย” นายไพบูลย์ กล่าว
นายรัชกฤษณ์พงศ์ เอกรังสรรค์ เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน กล่าวว่า ในเดือน ธ.ค. 2559 นี้ คณะกรรมการของสมาคมจะมีการนำเรื่องที่ ก.ล.ต.เสนอให้สมาคมตั้งทีมวิเคราะห์อิสระเพื่อทำบทวิเคราะห์หุ้นไอพีโอเข้าพิจารณาหารือในที่ประชุม พร้อมกับการทำแผนงานของสมาคมในปี 2560 เพราะเป็นประเด็นใหม่นอกเหนือเรื่องที่สมาคมเสนอไปก่อนหน้านี้ ที่ต้องการให้สนับสนุนให้จัดหาบุคลากรตั้งทีมวิเคราะห์ของสมาคม เพราะปัจจุบันโบรกเกอร์มีการทำบทวิเคราะห์สัดส่วน 38% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด 700 ตัวในตลาด ซึ่งสัดส่วนที่เหมาะสมเห็นว่าควรออกบทวิเคราะห์ที่ครอบคลุมหุ้นมากกว่า 50% เพื่อนักลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับการซื้อขายช่วยหนุนให้มูลค่าการซื้อขายเติบโต โดยเรื่องที่สมาคมเสนอไปก่อนหน้านี้มีการศึกษาถึง 1 ปี จึงได้แนวทางที่เหมาะสมออกมา







