
ปัญหาข้าว... อย่าแก้แค่ยาหอม
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์
คนไทยข้าวผูกพันอยู่กับชีวิตตั้งแต่เกิดก็กินข้าว ตายไปแล้วญาติยังนำข้าวใส่บาตรถวายพระไปให้กินถึงปรโลก ขณะเดียวกันประชากรโลกร้อยละ 60 บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก พื้นที่ส่วนใหญ่ของไทยเป็นนาข้าว โดยผลผลิต 54.5% หรือประมาณ 9.5 ล้านตัน เพื่อการส่งออกทำให้ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก แต่ระยะหลังบางปีถูกอินเดียแซงหน้า
อย่างไรก็ดี ทั้งที่เป็นแชมป์ส่งออกแต่ชาวนาประมาณ 10.5 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะยากจนมากที่สุดของประเทศ คำถามที่ตามมาคือ “ทำไม” ปัญหาน่ะรู้ วิธีการแก้มีข้อเสนอมากมาย แต่ที่ผ่านมาไม่ว่าจะในยุคไหนการแก้ปัญหามักฉาบฉวยแก้แต่ปัญหาเฉพาะหน้า หรือใช้ชาวนาเป็นฐานเสียงเทคะแนนให้ใครก็ได้เป็น สส.หรือจัดตั้งรัฐบาล ข้าวไม่ว่ายุคไหนๆ จึงกลายเป็นพืชการเมือง
ปีนี้ก็เหมือนกับทุกครั้งข้าวออกมามากล้นตลาดราคาตกเป็นสูตรสำเร็จ รัฐบาลถึงแม้จะไม่ชอบประชานิยมแต่ก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะให้มีโครงการรับจำนำข้าวเพียงแต่เปลี่ยนชื่อ หรือแก้ไขรายละเอียดไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนเหมือนในอดีต มีการผลักดันให้ชาวนาทำข้าวถุงขายผ่านระบบออนไลน์ หรือให้ชาวนาสีข้าวเองไม่ผ่านโรงสี บางหน่วยงานออกมารณรงค์ให้ชาวนา “Direct Sale” หรือขายตรงสู่ผู้บริโภคหรือญาติพี่น้องโดยไม่ต้องผ่านคนกลางหรือช่องทางจำหน่าย
การออกมาช่วยชาวนาถึงแม้จะทำได้แค่จิ๊บจ๊อย แต่เป็นเรื่องที่ดีอย่างน้อยก็คงช่วยระบายข้าวได้บ้างและแสดงภาพลักษณ์ว่าทุกคนดูแลช่วยเหลือชาวนา แต่ในเชิงปริมาณจะได้สักเท่าไหร่ซื้อไปตุนที่บ้านจะได้สักกี่ถุง ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าข้าวเพื่อการบริโภคในประเทศประมาณ 7 ล้านตัน การจะยกระดับราคาข้าวเกี่ยวข้องกับโครงสร้างข้าว ปัญหาใหญ่คือเราผลิตข้าวเกินความต้องการขณะที่หลายประเทศ ทั้งอินเดีย เวียดนาม ปากีสถาน บังกลาเทศ เมียนมา กลายเป็นคู่แข่งและมีต้นทุนที่ต่ำกว่า อีกทั้งประเทศผู้ซื้อโดยเฉพาะจีนกำลังส่งเสริมให้มีการปลูกข้าวเพื่อลดสัดส่วนการนำเข้า
ปัญหาข้าวเป็นเรื่องที่แก้ยากเพราะหากทำได้ง่ายๆ ปัญหาคงจบไปนานแล้วเกี่ยวข้องกับปริมาณข้าวล้นตลาด ต้นทุนผลิตสูง ดินไม่ดี ขาดแรงงาน เกี่ยวข้องกับดิน ฟ้า อากาศ บางปีน้ำมาก บางปีน้ำน้อยขนาดปีนี้น้ำท่วมข้าวยังออกมามาก การแก้ปัญหาข้าวมีทั้งยุทธศาสตร์และแผนแต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเห็นผลชัดเจน เช่น การโซนนิ่งลดพื้นที่ให้ไปปลูกพืชอื่นซึ่งชาวนาส่วนใหญ่ชินกับข้าวทำอย่างอื่นไม่ค่อยเป็นและไม่มีหลักประกันด้านรายได้ ล่าสุดกระทรวงเกษตรกำลังมีแผนลดพื้นที่นาปรัง 3 ล้านไร่ โดยให้ชาวนาไปปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หวังว่าคงไม่วืดเหมือนส่งเสริมให้ชาวนาไปปลูกอ้อย
ปัญหาข้าวเกี่ยวข้องกับความยากจนของชาวนา ผลผลิตเกินความต้องการของตลาดแถมมีคู่แข่งซึ่งแทรกตัวเข้ามาในตลาดทำให้ราคาต้องแข่งขันกัน การแก้ปัญหาเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานซึ่งไม่ค่อยจะ
บูรณาการกัน แต่อย่างน้อยเห็นทุกฝ่ายทั้งรัฐ เอกชน ออกมาช่วยชาวนา...เป็นกำลังใจครับ
(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)







