posttoday
แผ่นดินทองฯ หวังท็อป 5 ปี'63 เจ้าสัวเจริญหนุนซื้อกิจการ

แผ่นดินทองฯ หวังท็อป 5 ปี'63 เจ้าสัวเจริญหนุนซื้อกิจการ

22 พฤศจิกายน 2559

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD) ภายหลัง “เจ้าสัวเจริญ” เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สามารถฟื้นผลการดำเนินงานของบริษัทให้ดีขึ้น โดยมีกำไรเติบโตโดดเด่นนับจากปี 2557 จากที่ขาดทุนมาหลายปี พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายขึ้นเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายได้สูงสุดอันดับ 5 ในปี 2563

“สมบูรณ์ วศินชัชวาล” รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบัญชีและการเงิน GOLD ให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ ว่า ภายในปี 2563 จะมีรายได้สูงสุดอันดับ 1 ใน 5 ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จากปัจจุบันอยู่อันดับ 10 ทั้งนี้บริษัทจะต้องมียอดขายเฉลี่ย 2.4-2.5 หมื่นล้านบาท หรือปีละ 3 หมื่นล้านบาท ดังนั้นการเติบโตจะต้องไม่น้อยกว่า 25-30% ต่อปี เพื่อให้บริษัทได้ตามเป้าหมาย

รายได้จากการขายทั้งบ้านเดี่ยว แฝด และทาวน์เฮาส์ หากรายได้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายในปี 2563 บริษัทจะต้องเปิดโครงการใหม่ 20 โครงการ/ปี หรือมีมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท/ปีรวมถึงรายได้จากการให้เช่าด้วย แต่ปัจจุบันยังมีสัดส่วนไม่สูงอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท/ปี จากโครงการอาคารเอฟวายไอกับอาคารโกลเด้นแลนด์ ถนนราชดำริ ซอยมหาดเล็กหลวง และโรงแรมอีก 3 แห่ง

 9 เดือนแรกปี 2559 ยอดขายทำได้สูงกว่าเป้าหมายโดยสิ้นปีนี้ บริษัทก็จะมียอดขายเกินเป้าหมายทั้งปีที่วางไว้ ด้านกำลังซื้อขณะนี้เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลังเทียบกับช่วงครึ่งแรกปีนี้ เพราะปัญหาสามารถคลี่คลายดีขึ้นทั้งในด้านราคาพืชผลการเกษตรรวมถึงนโยบายรัฐบาลที่กระตุ้นให้เกษตรกรไปปลูกพืชอื่นที่มีราคาดีที่เริ่มมีผล แต่ยังต้องใช้เวลา

 ตามแผนในปี 2563 จะมีสัดส่วนรายได้ค่าเช่า 10-15% ของรายได้รวมลดลงจากปัจจุบัน 15-20% เพราะโครงการอยู่ระหว่างลงทุนก่อสร้างโครงการมิกซ์ยูส คือ สามย่าน มิตรทาวน์ ซึ่งบนถนนพระราม 4 มูลค่า 8,000 ล้านบาท ที่ต้องใช้เวลา 3-4 ปีก่อสร้างแล้วเสร็จ หากก่อสร้างเสร็จจะส่งผลให้รายได้จากการให้เช่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญซึ่งในระยะ 10-15 ปีข้างหน้า ต้องการให้รายได้จากจากค่าเช่า 25-30% ของรายได้รวม

ในปี 2560 บริษัทต้องขยายโครงการใหม่จากที่มี 30 โครงการ โดยจะกระจายทำเลของโครงการมากขึ้น ตามแผนในปีหน้าจะมีโครงการเพิ่ม 20 โครงการรวมกับโครงการเดิมจะมีทั้งหมด 50 โครงการถือเป็นจำนวนที่มากที่สุดที่เคยมี เพราะประเมินแล้วว่าในปีหน้าความต้องการซื้อยังมีอยู่ อีกทั้งหวังชิงส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มรายเล็กเพิ่มด้วยจากปัจจุบันผู้ประกอบรายใหญ่จำนวน 10 รายครอง 50%

นอกจากนี้ บริษัทจะเข้าซื้อกิจการเพราะผู้ถือหุ้นใหญ่คือกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี เป็นผู้มีกำลังซื้อพร้อม และเงินทุนสูง อีกทั้งมีบริษัทหลายแห่งในกลุ่มมีธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลาย

ทั้งนี้เชื่อว่าธุรกิจปีหน้าจะไปได้ดีต่อเนื่องจากปีนี้ นอกจากนั้นมีนโยบายรักษาอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยอยู่ที่ระดับมากกว่า 10% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 30-35%

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ