posttoday
อียูเร่งไทยเปิดเจรจาเอฟทีเอ

อียูเร่งไทยเปิดเจรจาเอฟทีเอ

27 สิงหาคม 2553

อียูเร่งไทยเปิดเจรจาเอฟทีเอ หลังเดินหน้าคุยสิงคโปร์ มาเลเซียและเวียดนามแล้ว “พรทิวา”ยันไทยพร้อม แต่ต้องรอรัฐสภาไฟเขียวก่อน คาดสิ้นปีนี้รู้ผลเริ่มเปิดเจรจาได้

อียูเร่งไทยเปิดเจรจาเอฟทีเอ หลังเดินหน้าคุยสิงคโปร์ มาเลเซียและเวียดนามแล้ว “พรทิวา”ยันไทยพร้อม แต่ต้องรอรัฐสภาไฟเขียวก่อน คาดสิ้นปีนี้รู้ผลเริ่มเปิดเจรจาได้

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนาย Karel De Cucht  กรรมาธิการการค้าสหภาพยุโรป (อียู) ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (เออีเอ็ม) ว่า อียูได้สอบถามถึงความคืบหน้าการเปิดเจรจาจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-อียูว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหน และไทยพร้อมที่จะเจรจาได้เมื่อใด ซึ่งได้ยืนยันกับทางอียูไปว่าไทยพร้อมที่จะเจรจาเอฟทีเอกับอียู โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดการเจรจากับอียูได้ในช่วงปลายปีนี้ หลังจากดำเนินการตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ได้กำหนดไว้เสร็จสิ้น

ทั้งนี้ อียูได้แจ้งให้ทราบว่าอียูได้เริ่มเปิดการเจรจาเอฟทีเอกับประเทศสมาชิกอาเซียนบ้างแล้ว เช่น สิงคโปร์ และกำลังจะเริ่มกับมาเลเซียและเวียดนาม โดยหวังว่าหากสามารถเปิดการเจรจากับไทยได้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันก็จะเป็นการส่งสัญญาณที่ดี

อย่างไรก็ตาม มาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญไทย กำหนดไว้ว่าการจัดทำข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ ต้องเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วม และต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งไทยได้จัดทำกระบวนการตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้หมดแล้ว ขณะนี้เหลือแต่การจัดทำข้อสรุปเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และเสนอให้รัฐสภาพิจารณา โดยน่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ และเริ่มเจรจากับอียูได้หลังจากนั้น

นอกจากนี้ อียูยังแสดงความกังวลกรณีที่ไทยจะออกกฎระเบียบเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งอียูให้ความเห็นว่า กฎหมายดังกล่าวนอกจากจะควบคุมความเป็นเจ้าของกิจการ คือต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% แล้ว ยังมีเจตนาควบคุมอำนาจการบริหารกิจการด้วย ซึ่งกิจการโทรคมนาคมเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก ข้อจำกัดดังกล่าวจะทำให้มีบริษัทต่างชาติสนใจมาลงทุนลดลง ซึ่งไทยมีโอกาสจะคัดเลือกผู้ประกอบการได้น้อยลงและราคาที่ได้อาจไม่ดีเท่าที่ควร

ด้านไทยแจ้งว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ยังอยู่ระหว่างการนำร่างประกาศดังกล่าวสู่กระบวนการประชาพิจารณ์ โดยประกาศดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับดูแลธุรกิจ สร้างธรรมาภิบาล เพื่อความมั่นคงของประเทศ ไม่ได้ต้องการที่จะกีดกันการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ

ขณะเดียวกัน อียูยังได้ขอให้ไทยช่วยหาทางออกกรณีการขอจัดตั้งหอการค้าสหภาพยุโรปในประเทศไทยเพื่อเสริมสร้างการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างภาคธุรกิจ โดยอียูแม้ไม่เป็นประเทศ แต่ก็มีสถานะทางกฎหมาย ซึ่งกฎหมายของไทยยังไม่อนุญาตให้มีการจัดตั้งหอการค้าในลักษณะดังกล่าว อนุญาตให้เฉพาะจัดตั้งหอการค้าของแต่ละประเทศได้ อย่างไรก็ดี ฝ่ายไทยรับว่าจะนำเรื่องไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน