
ไทยได้บทเรียนอะไร จากเลือกตั้งในสหรัฐ
โดย...ชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์
โดย...ชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์
ขณะนี้ทั้งโลกยังคงวิพากษ์วิจารณ์ถึงชัยชนะอย่างไม่คาดหมายของโดนัลด์ ทรัมป์ มีการตั้งสมมติฐานและพยายามอธิบายสาเหตุของการชนะเลือกตั้งครั้งนี้อย่างกว้างขวางทุกวงการทั่วโลก ปรากฏการณ์นี้น่าจะเรียกว่า วัฏจักรการผันแปรฐานะทางสังคมของมนุษยชาติในศตวรรษที่ 21 ปรากฏการณ์นี้ใช้เวลาสั้นๆ ประมาณ 60-70 ปีเท่านั้นที่คนชั้นกลางส่วนใหญ่คือคนผิวขาว ที่ครองฐานะทางสังคมครอบคลุมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ฯลฯ ของสหรัฐหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดใหม่ๆ (ช่วง ค.ศ. 1945) สหรัฐเป็นสังคมอุตสาหกรรมที่พัฒนาก้าวหน้าสมบูรณ์แบบ ประชาชนร่ำรวย ผู้อพยพจากทั่วทุกทิศแห่เข้าไปหาโอกาสขุดทองในสหรัฐ ผู้อพยพเหล่านี้ขายแรงงานราคาถูก เพื่อเป็นฐานรองรับความเจริญและการบริโภคฟุ่มเฟือยของชนชั้นกลางในสหรัฐ (ส่วนใหญ่คือคนผิวขาวที่เป็นพลเมืองอเมริกันสมบูรณ์แบบจากบรรพบุรุษที่อพยพเข้าไปเมื่อ 100-200 ปีที่แล้ว) คนชั้นกลางของสหรัฐมีแบบแผนการบริโภคที่สิ้นเปลืองเกินตัว แต่ได้อานิสงส์จากความมีอำนาจทางการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจ ซึ่งกอบโกยเอาทรัพยากรต่างๆ มาใช้ปรนเปรออเมริกันชนอย่างสุดๆ ในช่วง ค.ศ. 1960-1980
ช่วงที่มีลูกๆ ของผู้อพยพครั้งใหม่นี้เริ่มเติบโตและเข้าสู่ระบบการศึกษาจากงานวิจัยของโรงเรียนฝึกหัดครูของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในนิวยอร์กชี้ชัดว่า เด็กๆ เหล่านี้ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆ ในโรงเรียนได้ เพราะขีดจำกัดทางครอบครัว ภาษา วัฒนธรรม ฯลฯ มีมากมาย ทำให้เกิดโครงการพัฒนาครูและวิธีการสอนเด็กแบบพิเศษตามข้อจำกัดของผู้เรียน และพัฒนาอุปกรณ์การเรียนการสอน หลักสูตร ฯลฯ ที่เหมาะสมกับเด็กๆ ที่มีความแตกต่างจากเด็กอเมริกันปกติ เช่น ลูกๆ ชาวเกาหลี ญี่ปุ่น จีน เม็กซิโก ตุรกี อินเดียรวมทั้งยุโรปตะวันออก ฯลฯ ซึ่งรวมเรียกว่า Diversity Program สำหรับการยกระดับคุณภาพการศึกษาของเด็กๆ ที่มิใช่คนอเมริกัน หรือแม้กระทั่งนิโกรอเมริกัน จนเกิดโครงการมากมายที่ช่วยอนุเคราะห์ให้เด็กๆ เหล่านี้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและมีแรงบันดาลใจจะยกระดับให้สูงขึ้นในสังคม
ผลงานของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียช่วง 40-50 ปีที่ผ่านมาได้บรรลุผลอย่างไม่คาดฝัน เพราะวันนี้แรงงานในวัย 30 ขึ้นไปในสหรัฐที่มีตำแหน่งหน้าที่รายได้ ความมั่นคง สวัสดิการ ฯลฯ ซึ่งจัดว่าเป็นชนชั้นกลางของสหรัฐ เปลี่ยนจากคนผิวขาวอย่างสิ้นเชิง วงการคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยคนอินเดีย คนยิวคนจีน ยุโรปตะวันออก วงการธุรกิจบริการต่างๆ ประกอบด้วย คนจีน คนญี่ปุ่นคนเกาหลี คนไทย คนเวียดนาม ฯลฯ ที่เกิดในสหรัฐ วงการบันเทิงและนวัตกรรมประกอบด้วยคนยิว คนยุโรปตะวันออก ฯลฯ แรงงานที่มีคุณภาพสูงเหล่านี้ คือลูกหลานผู้อพยพเข้ามาหลังปี ค.ศ. 1945 และเป็นคนอเมริกันตามกฎหมาย
ช่วงสงครามเวียดนามและการเปิดประเทศของจีน ช่วงที่สหรัฐสูญเสียศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจในความเป็นเจ้าโลกไปมาก แต่คนชั้นกลาง (คนผิวขาว)ส่วนใหญ่ในสหรัฐตอนนั้นได้รับอานิสงส์จากการที่ภาคธุรกิจของสหรัฐย้ายฐานการผลิตสินค้าและบริการไปยังจีนและอาเซียน รวมทั้งประเทศไทย ลูกๆ ของชนชั้นกลาง (ผิวขาว) ในสหรัฐเริ่มใช้ชีวิตสบายๆ เรียนหนังสือแค่ระดับมัธยมหรืออาชีวะ หรือปริญญาตรี ก็มีงานทำและรายได้เหลือเฟือ ค่าครองชีพต่ำมาก เพราะของใช้อุปโภคบริโภคนำเข้าจากต่างประเทศ 80-90% ราคาถูกมากค่าแรงงานคนงานสหรัฐสูง 10-15 เท่าของคนงานในเม็กซิโก จีน อินเดียเวียดนาม ไทย ฯลฯ สหรัฐสร้างหนี้สินมากมาย ทำให้งบประมาณด้านการศึกษาทุกระดับต่ำลง และเอกชนเข้ามามีบทบาทแทนมากขึ้นๆ ครอบครัวคนชั้นกลางผิวขาวเริ่มลดค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของลูกๆ ลง หันไปใช้บริการกู้ยืมจากภาครัฐ ในขณะที่ครอบครัวผู้อพยพส่วนใหญ่ทุ่มเทเพื่อให้การศึกษาที่ดีที่สุดแก่ลูกหลานที่ถือกำเนิดในสหรัฐ เพราะเห็นโอกาสที่จะก้าวหน้าในทางเศรษฐกิจสังคม ฯลฯ ตัวอย่างเช่น ประธานาธิบดี บารัก โอบามา
ทั้งรัฐบาลของพรรครีพับลิกันสมัยบุชผู้พ่อและลูก รวมทั้งคลินตันและโอบามาของพรรคเดโมแครตรวมแล้วยาวนานเพียงพอให้ชนชั้นกลางผิวขาวและชนชั้นล่างช่วงบน ซึ่งเป็นจำนวนเกือบ 70-80% ของสังคมสหรัฐ เกิดปฏิกิริยาทางลบต่อการดำเนินงานของรัฐบาลกลางที่วอชิงตัน ดี.ซี. เพราะลูกหลานผู้อพยพล้วนแต่มีงานการทำ มีฐานะมั่นคง ฯลฯ ซึ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์ต่อต้านคนต่างชาติ (ทั้งประเภท American Born และที่เข้ามาใหม่)ฝังลึกในทัศนคติ แม้จะไม่แสดงออกต่อสังคมหรือสื่อมวลชนอย่างเปิดเผยแต่ได้ลงคะแนนให้โดนัลด์ ทรัมป์ อย่างล้นหลามด้วยความหวังว่าจะช่วยยับยั้งการยึดครองสหรัฐโดยพวกผู้อพยพหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้
สังคมไทยวันนี้คงต้องตระหนักถึงปัญหาทำนองเดียวกันกับลูกหลานชาวเมียนมา กัมพูชา ลาว ฯลฯ ที่เข้ามาทำงานจำนวนหลายล้านคน เพราะขณะนี้อาชีพสำคัญๆ เช่น ก่อสร้าง ประมง เหมืองแร่ งานบริการ งานในโรงงานขนาดกลาง/ขนาดย่อม ฯลฯ เริ่มหลุดไปจากแรงงานไทยโดยสิ้นเชิง การศึกษาของเยาวชนไทยตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์ต่างๆ ไม่แตกต่างไปจากสหรัฐในช่วง 60-70 ปีที่ผ่านมา สังคมไทยในอดีต 100-200 ปีก่อน สามารถหล่อหลอมเข้ากับผู้อพยพจากเมืองจีนและลูกหลานที่เกิดต่อมาได้อย่างแนบสนิท จนแทบจะไม่มีความรู้สึกต่อต้านชนชั้นสูงและชั้นกลาง ในสังคมปัจจุบันที่เปลี่ยนผ่านจากเชื้อสายจีนมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยได้ แต่ในอนาคต 30-40 ปีข้างหน้า บรรดาลูกหลานผู้อพยพจากประเทศเพื่อนบ้านอาจจะเลื่อนฐานะทางสังคมเป็นชนชั้นกลางใหม่ และคนไทยส่วนใหญ่คงลดฐานะลงไปเป็นเพียงเจ้าของประเทศแต่ชื่อเท่านั้น







