posttoday
ซีจีวอตช์ชม กลต. บังคับใช้กฎหมายเข้ม

ซีจีวอตช์ชม กลต. บังคับใช้กฎหมายเข้ม

21 พฤศจิกายน 2559

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

ผลบังคับใช้กฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในรอบปี 2559 ถือว่ามีความเข้มข้นและกล้าหาญในการดำเนินการเพื่อนำผู้ที่กระทำไม่เป็นธรรม มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในตลาดทุนมาลงโทษสำเร็จผลมากขึ้น

สถิติ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2559 จะพบว่า การดำเนินคดีอาญา กรณีเปรียบเทียบปรับมีจำนวนข้อหา 52 ข้อหา จำนวนเงินค่าปรับ 24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 205% หรือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จากไตรมาส 3/2558

กรณีกล่าวโทษไตรมาส 3/2559 มีจำนวน 6 คดี จำนวนผู้ถูกกล่าวโทษ 19 ราย จากไตรมาส 3/2558 มีจำนวน 6 คดี จำนวนผู้ถูกกล่าวโทษ 14 ราย จากทั้งปี 2558 มีจำนวน 35 คดี ผู้ถูกกล่าวโทษ 77 รายนี้คือข้อมูลสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานในด้านกำกับของ ก.ล.ต.

ล่าสุดได้กล่าวโทษ ชูพงศ์ ธนเศรษฐกร อดีตกรรมการผู้จัดการ สายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์คันทรี่ และพวก ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีใช้ชื่อบุคคลอื่นซื้อหุ้นที่เสนอขายประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) เป็นการทำหน้าที่ไม่สุจริต

“ผลของการที่ ก.ล.ต.ดำเนินการอย่างจริงจังและเข้มข้น กล้าที่จะนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ รวมถึงการมีอิสระในการดำเนินการ ที่แม้กระทั่งการลงโทษบุคคลที่มีชื่อเสียงเมื่อมีการกระทำผิด ทำให้ไทยได้รับคำชมจาก ซีจี วอตช์ คอร์ปอเรชั่น ฮ่องกง จากการที่ได้มาคุยกับ ก.ล.ต. รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และบริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.)” รพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. ให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์

นอกจากนี้ ในการทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของ ก.ล.ต.ในรอบปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นไปตามแผนที่ได้เสนอไว้ต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) ก.ล.ต. จากการประเมินผลงานถือว่าสามารถสะสางคดีเก่าที่ค้างท่อมานานได้กว่า 80% แต่ขณะเดียวกันยังมีกรณีการทำความผิดใหม่เข้ามาต่อเนื่องเช่นกัน เช่น การสร้างราคา การใช้ข้อมูลภายในเป็นต้น

สำหรับผลการประเมินคะแนนการกำกับดูแลกิจการ (ซีจี) ของไทยในรอบปี 2559 ล่าสุดแม้ว่าในส่วนของคะแนนรวมประเทศไทยได้เท่าเดิมที่ 58 คะแนน เช่นเดียวกับปี 2557 เพราะการประเมินเกิดขึ้นในทุก 2 ปี แต่ซีจีประเทศไทยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมากและมีโอกาสที่จะส่งผลให้การประเมินในครั้งถัดไปที่จะเกิดขึ้นก็คาดหวังว่าระดับคะแนนและอันดับซีจีของไทยจะดีขึ้น

ระพี กล่าวว่า การประเมินในรอบนี้เกิดขึ้นก่อนที่กฎหมายของสำนักงานฉบับแก้ไขที่จะนำมาตรการทางแพ่งมาใช้ในการดำเนินคดีในตลาดทุน คู่ไปกับการดำเนินคดีทางอาญา รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายในเรื่องของการใช้ข้อมูลภายในที่จะครอบคลุมไปถึงผู้ที่ครอบครองข้อมูลนำข้อมูลไปใช้ ที่ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปแล้ว และรอประกาศใช้ รวมถึงในเรื่องของ CG Code Icode การปรับเกณฑ์ รายการเกี่ยวโยง (RPTs) คุณสมบัติและความรับผิดชอบ CFOs พ.ร.บ.รัฐวิสาหกิจ และ ACGA จะยังไม่ได้รับคะแนนในส่วนนี้ถ้ายังไม่มีการนำมาใช้ นอกจากนี้การที่การเมืองทั่วไปของไทยเอื้อต่อการปฏิรูปและการขจัดคอร์รัปชั่นของรัฐบาลก็คาดหวังว่า คะแนนและพัฒนาการในเรื่องซีจีของไทยจะดีขึ้น

ทั้งนี้ ในรายงานของซีจี วอตช์ ฉบับล่าสุดนั้น ประเด็นหลักที่ทำให้ประเทศไทยยังคงยืนคะแนนเฉลี่ยเมื่อรวมคะแนนในทุกๆ หมวดที่ประเมินที่ 58 ไม่หลุดต่ำลงไป เพราะมีการปรับปรุงกฎหมายกฎเกณฑ์ในเรื่องของการรวมกลุ่มกันฟ้อง (Class Action) การปรับกฎเกณฑ์เรื่องการขายหุ้นให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง (PP) และ พ.ร.บ.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) (ฉบับที่ 3)

ขณะที่ในส่วนของ ก.ล.ต.มีการบังคับใช้กฎหมายที่นำผู้บริหาร กรรมการบริษัทขนาดใหญ่ ที่มีการประพฤติผิด (Misconduct) มาลงโทษ รวมถึงการรวมพลังนักลงทุนสถาบันช่วยผลักดันในเรื่องซีจีด้วย ซึ่งประเด็นทั้งหมดนี้มีส่วนสำคัญมากในการที่จะทำให้คะแนนซีจีของประเทศไทยยั่งยืนได้

อย่างไรก็ตาม หากดูรายละเอียดพบว่าในหมวดของการบังคับใช้กฎหมายที่มีพัฒนาการที่ดีต่อเนื่อง ซึ่งในประเด็นนี้ไทยได้รับคะแนนที่ 51 คะแนน ขณะที่คะแนนในเรื่องของซีจี อยู่ที่ 50 คะแนน ส่วนคะแนนที่ดีที่สุดของไทยจะได้ในเรื่องของบัญชีและการตรวจสอบในเรื่องบัญชีที่ได้ 77 คะแนน

เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต. ยังให้ความสำคัญเรื่องของซีจีเพื่อที่จะให้เกิดความยั่งยืนและอยากเห็นบริษัทและผู้รับผิดชอบเห็นเป็นเรื่องสำคัญและให้ทำมาจากเนื้อแท้ ทำด้วยใจ ไม่ใช่ทำเพราะเกณฑ์หรือข้อบังคับเพราะถ้าหากทุกบริษัทตระหนักและเห็นความสำคัญก็จะทำให้เรื่องซีจีเป็นเรื่องที่ยั่งยืน ซึ่งขณะนี้ได้เดินสายพบผู้บริหารหรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัทขนาดใหญ่ ทั้งในเครือสหพัฒน์ กลุ่มปูนซิเมนต์ กลุ่ม ปตท. บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส และอีกหลายบริษัทเพื่อให้ได้เห็นความสำคัญ ไม่ใช่ทำเพื่อให้ได้เกณฑ์ขั้นต่ำเท่านั้น

การดำเนินการทุกอย่างของ ก.ล.ต. ทั้งในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายเพื่อนำมาตรการทางแพ่งมาใช้ร่วมกับการปรับปรุงเกณฑ์ การรับฟังความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ เพื่อนำมาออกประกาศ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อพัฒนาตลาดทุนไทย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ