posttoday
กลุ่มปตท.ปีหน้าดี

กลุ่มปตท.ปีหน้าดี

19 พฤศจิกายน 2559

กลุ่ม ปตท.คาดรายได้ ปี 2560 ดีกว่าปีนี้ ตามราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นเป็นค่าเฉลี่ย 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และค่าการกลั่นที่ขยับขึ้น

กลุ่ม ปตท.คาดรายได้ ปี 2560 ดีกว่าปีนี้ ตามราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นเป็นค่าเฉลี่ย 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และค่าการกลั่นที่ขยับขึ้น

นายพิจินต์ อภิวันทนาพร ผู้จัดการฝ่ายผู้ลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า แนวโน้มรายได้รวมของบริษัทในปี 2560 จะเติบโตดีขึ้นปี 2559 เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันในปีหน้าจะปรับเพิ่มสูงขึ้นจากปีนี้โดยประเมินว่าราคาน้ำมันดิบดูไบจะอยู่ในช่วงระหว่าง 50-55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากราคาเฉลี่ยทั้งปีนี้ที่ประมาณ 42 เหรียญสหรัฐ รวมถึงยอดขายน้ำมันดิบที่นำเข้ามาขายให้โรงกลั่นในประเทศที่จะเพิ่มขึ้น เพราะมีความต้องการใช้ที่ยังเติบโต

ทั้งนี้ราคาน้ำมันที่มีทิศทางที่เพิ่มสูงขึ้นในปีหน้าจะส่งผลดีต่อบริษัทลูกในกลุ่มคือบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ให้มีผลประกอบการที่ดีขึ้น รวมถึงส่งผลบวกกับธุรกิจโรงกลั่นให้มีผลประกอบการที่ดีขึ้นจากค่าการกลั่น (จีอาร์เอ็ม) ที่สูงขึ้น โดย จีอาร์เอ็ม ตลาดสิงคโปร์ในปี 2560 จะอยู่ระหว่าง 6.6-7.7 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ดีขึ้นช่วง 9 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 5.91 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ด้านความต้องการใช้น้ำมันของโลกในปี 2560 จะเพิ่มขึ้นอีกราว 1.20 ล้านบาร์เรล/วัน

 ขณะที่ปริมาณน้ำมันจะไม่เพิ่มขึ้นอีก แนวโน้มภาพรวมเศรฐกิจของโลกเริ่มมีการฟื้นตัวโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศขนาดใหญ่ทั้งสหรัฐและยุโรป แม้ว่าธุรกิจปิโตรเคมีจะมีส่วนต่างราคาวัตถุดิบกับราคาผลิตภัณฑ์ (สเปรด) อ่อนตัวลง เพราะจะมีกำลังผลิตใหม่ออกมาเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ส่วนแผนธุรกิจในปีหน้าที่ชัดเจนของบริษัทจะสรุปทำออกมาในช่วงปลายนี้

“ปีนี้รายได้คงน้อยกว่าปีที่แล้วเพราะราคาเฉลี่ยของน้ำมันปีนี้ต่ำกว่าของปีที่แล้ว แต่อัตรากำไร (มาร์จิ้น) ปีนี้จะดีกว่าปีที่แล้ว เพราะต้นทุนราคาก๊าซของบริษัทถูก อีกทั้งไม่มีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันที่เกิดขึ้นเหมือนกับปีที่แล้วเพราะราคาน้ำมันเป็นขาลง แม้ปีนี้ราคาน้ำมันเฉลี่ยปีนี้จะต่ำกว่าปีที่แล้วแต่ราคาปีนี้นิ่งกว่า”

สำหรับธุรกิจค้าปลีกสถานีบริการน้ำมันในช่วง 9 เดือนแรกปริมาณขายเติบโตได้ประมาณ 6% ขณะที่ในปี 2558 เติบโตถึง 10% ถือเป็นการเติบโตที่ดีกว่าปกติซึ่งจะเติบโตสอดคล้องกับการขยายตัวของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่เติบโตราว 2-3% เพราะราคาน้ำมันถูกส่งผลให้มีการบริโภคน้ำมันเพิ่ม

น.ส.ภัทรลดา สง่าแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านการเงินและบัญชี บริษัท ไทยออยล์ (TOP) กล่าวว่า ปี 2560 คาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้น เนื่องจากค่าการกลั่นเฉลี่ยรวม (จีไอเอ็ม) จะออกมาดีกว่าปีนี้ที่เฉลี่ยทั้งปีน่าจะอยู่ในระดับที่ 7 เหรียญสหรัฐ และระดับราคาน้ำมันเฉลี่ยปีหน้า 45-50 เหรียญสหรัฐ ซึ่งสิ้นปีนี้น่าจะจบที่ 43-45 เหรียญสหรัฐ รวมทั้งยังเป็นผลจากที่ได้รับรู้กำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้า TOPSPP เฟส 2  แบบเต็มปี หลังเพิ่งมีการรับรู้ผลเชิงพาณิชย์ (COD) เมื่อไตรมาส 2 ที่ผ่านมา

“ราคาน้ำมันและค่าการกลั่นน้ำมันเฉลี่ยปีหน้าจะขยับขึ้นตามกำลังการผลิตกับความต้องการใช้เริ่มกลับเข้าจุดสมดุลในปีหน้า และแนวโน้มที่ทางกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันจะเริ่มมีเจรจาคงกำลังการผลิตกันได้ ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันปกติทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็นประจำทุกปีเฉลี่ย 1 ล้านบาร์เรล

ขณะที่คาดว่าปีนี้โดยรวมบริษัทจะมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน เพราะ 9 เดือน กำไรสุทธิที่ 1.5 หมื่นล้านบาท แต่เป็นกำไรสต๊อกน้ำมันถึง 3,000 ล้านบาท โดยราคาน้้ำมันดิบตอนนี้ยังเฉลี่ยอยู่ที่ 43 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งคงไม่ได้ปรับขึ้นไม่จากนี้มาก เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อนราคาน้ำมันอยู่ที่ 35 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

นายกฤษ ชัยเรืองยศ ผู้จัดการฝ่ายการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) กล่าวว่า คาดว่ากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อม (อิบิตดา) ปี 2560 จะอยู่ใกล้เคียงกับปีนี้ที่ทำได้ 1.8 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีแผนปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นรอบ 5 ปี ใช้เวลาซ่อม 1 เดือน ช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. ทำให้ค่าเฉลี่ยกำลังการผลิตเท่ากับปีนี้ที่ 85% หรือเท่ากับ 1.9 แสนบาร์เรล/วัน จากกำลังการผลิตเต็มที่อยู่ที่ 2.15 แสนบาร์เรล/วัน

ขณะที่ประเมินว่าค่าจีไอเอ็มปีหน้าจะอยู่ที่ 13-14 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากไตรมาส 4 ปีนี้ที่ 13 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากธุรกิจโรงกลั่นและราคาน้ำมันดิบปรับตัวดีขึ้น และคาดว่าราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบปีหน้าอยู่ที่ 52-57 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากความต้องการน้ำมันมีมากกว่าปริมาณน้ำมันที่ผลิตส่งผลให้ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่คาดว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ 40-50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

สำหรับงบลงทุนปีหน้า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นโครงการลงทุนต่อเนื่องจากโครงการการขยายกำลังการผลิตโพลีโพรพิลีน อีก 3 แสนตัน/ปี ที่คาดจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ซึ่งหลังจากนั้นบริษัทจะใช้เงินลงทุนประมาณ 70 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ