
จี้กทม.เคลียร์หนี้สายสีเขียว
รฟม.แจงหนี้โครงการรถไฟสายสีเขียวกว่า 2.1 หมื่นล้าน โอน กทม.ทยอยจ่าย
รฟม.แจงหนี้โครงการรถไฟสายสีเขียวกว่า 2.1 หมื่นล้าน โอน กทม.ทยอยจ่าย
นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประเมินมูลค่าหนี้สินและการโอนหนี้สินและทรัพย์สินระหว่างกัน โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว แบริ่ง-สมุทรปราการ ว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้รายงานตัวเลขหนี้สินรวมทั้งสิ้นราว 21,403 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้สินระยะยาว 17,538 ล้านบาท และค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินกับค่าธรรมเนียมต่างๆ 3,557 ล้านบาท ทั้งนี้ ที่ประชุมมีข้อเสนอให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ชำระหนี้สินจำนวน 3,557 ล้านบาท ให้ รฟม.ก่อนเป็นก้อนแรกในวันที่มีการรับโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 1 เม.ย. 2560 เพื่อให้สอดรับกับการเปิดเดินรถเชิงพาณิชย์ ขณะที่หนี้สินระยะยาวนั้นทยอยจ่ายได้
ทั้งนี้ ทาง กทม.จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอเข้าที่ประชุมสภา กทม.สมัยแรกช่วงเดือน ม.ค. 2560 เพื่อทำการพิจารณาว่าจะชำระได้ทันหรือไม่ หากในกรณี กทม.ไม่สามารถจ่ายหนี้สินให้ รฟม.ได้ กระทรวงคมนาคมจะทำเรื่องเสนอคณะกรรมการกำกับดูแลติดตามเพื่อหาทางออกให้กับเรื่องดังกล่าวต่อไป ด้าน รฟม.จะเร่งจัดทำรายละเอียดทรัพย์สินและหนี้สินเสนอทาง กทม. ภายในวันที่ 15 ธ.ค. นี้ ก่อนสรุปเรื่องเสนอให้คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) พิจารณาอนุมัติกรอบแนวทางการดำเนินงาน หลังจากนั้นจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ซึ่งถูกกำหนดไว้ในช่วงเดือน เม.ย. ส่วนการเปิดทดลองเดินรถตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2560 โดยช่วงทดลอง 2-3 เดือนแรกจะยังไม่มีการเก็บค่าโดยสาร
ด้าน นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการฝ่ายกลยุทธ์และแผนการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)แจ้งว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ได้เปิดซองเอกสารข้อเสนอซองที่ 1 (ด้านคุณสมบัติและเทคนิค) ของโครงการรถไฟฟ้า 2 สาย ประกอบไปด้วย โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง โดยมีผู้แทนจากกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture) ซึ่งประกอบด้วย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง และ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น และผู้แทนบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (บีอีเอ็ม) ซึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอเข้าร่วมการเปิดซองเอกสารข้อเสนอ โดย รฟม.จะเร่งประเมินข้อเสนอเอกชนร่วมลงทุนฯ ให้ได้ข้อสรุปในกลางเดือน ธ.ค. 2559 ตามที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายเร่งรัดดำเนินงานเพื่อหวังให้เกิดการกระตุ้นการลงทุนของประเทศ







