
RMFรีทลุ้นปันผล6%
บลจ.ซีไอเอ็มบีฯ แนะเลือก RMF ลงทุนรีท-กองอสังหาฯ สภาพคล่องดี รับเฟดขึ้นดอกเบี้ย ยังเชียร์ลงทุน ลุ้นรับปันผล 5-6% ต่อปี
บลจ.ซีไอเอ็มบีฯ แนะเลือก RMF ลงทุนรีท-กองอสังหาฯ สภาพคล่องดี รับเฟดขึ้นดอกเบี้ย ยังเชียร์ลงทุน ลุ้นรับปันผล 5-6% ต่อปี
นายวิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดเผยว่า บริษัทมองว่าผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาวในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) ที่ลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ยังน่าสนใจ เนื่องจากประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยช่วงปลายปี 2559-2560 ยังอยู่ในระดับต่ำ แม้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.นี้ และคาดว่าจะขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป
“การลงทุนน่าจะยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่ดีจากเงินปันผลและไม่ต้องการความผันผวนสูง แต่ควรเลือกกองทุนที่มีสภาพคล่องดีและอยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกไม่มาก” นายวิน กล่าว
ทั้งนี้ ประเมินว่าอสังหาริมทรัพย์กลุ่มค้าปลีกมีแนวโน้มที่ดีจากค่าเช่าที่มั่นคง ได้รับประโยชน์จากกำลังซื้อของชนชั้นกลางที่พักอาศัยหรือทำงานในเมืองกลุ่มอาคารสำนักงานที่อัตราค่าเช่าพื้นที่มีแนวโน้มปรับขึ้น เนื่องจากปัจจุบันยังมีความต้องการเช่าพื้นที่อาคารสำนักงานเกรดเอในย่านใจกลางเมือง ขณะที่โครงการใหม่ที่เข้าสู่ตลาดมีจำกัด ส่วนกลุ่มคลังสินค้า จะได้รับประโยชน์จากธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่กำลังขยายตัวและการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตดี
นอกจากนี้ รีทและกองทุนอสังหาริมทรัพย์มีจุดเด่นรายได้จากค่าเช่าที่มั่นคงและสม่ำเสมอในระยะยาว จึงมีโอกาสรับผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย 5-6% ต่อปี สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำปัจจุบันอยู่ที่ 1-1.5% ต่อปี และพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ 2.10% ต่อปี
สำหรับกองทุนเปิด ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม เพื่อการเลี้ยงชีพ (CIMB-PRINCIPAL iPROPRMF) ลงทุนในรีทและกองทุนรวมอสังหาฯ สร้างผลตอบแทนติดอันดับ 1 ทั้งในปีนี้และย้อนหลัง 3 ปี โดยตั้งแต่ต้นปีถึง 31 ต.ค. 2559 ให้ผลตอบแทน 26.51% และย้อนหลัง 3 ปี ผลตอบแทนเฉลี่ย 15.16% ต่อปี สูงกว่าดัชนีเปรียบเทียบ SETPF 12.84% และ 5.75% ตามลำดับ
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า บริษัทเปิดขายกองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอลคอนซูเมอร์ (TISCOGC) ตั้งแต่วันนี้ถึง 29 พ.ย. 2559 เน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลกในอุตสาหกรรมกลุ่มสินค้าจำเป็นต่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งคาดว่าผลประกอบการมั่นคง ไม่แกว่งตัวตามเศรษฐกิจโลกและราคาหุ้นผันผวนน้อยกว่าตลาดรวม เหมาะกับตลาดที่จะได้รับผลกระทบเฟดขึ้นดอกเบี้ยตลอดปีหน้า
ทั้งนี้ TISCOGC จะลงทุนในกองทุนiShares Global Consumer Staples ETF (กองทุนหลัก) ที่มีนโยบายลงทุนหุ้นทั่วโลกในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น







