posttoday
มึน...เศรษฐกิจไทย

มึน...เศรษฐกิจไทย

15 พฤศจิกายน 2559

ช่วงหลังนี้ทิศทางเศรษฐกิจไทยคาดการณ์ค่อนข้างยาก มีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกแทรกซ้อนเข้ามามาก

โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์

ช่วงหลังนี้ทิศทางเศรษฐกิจไทยคาดการณ์ค่อนข้างยาก มีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกแทรกซ้อนเข้ามามาก ที่ผ่านมาหลายหน่วยงานของรัฐคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจฟื้นตัวแน่นอน จีดีพีจะโต 3.5%
ส่งออกกลับมาเป็นบวก การบริโภคขยายตัวดีเกินคาดจากรัฐอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยงบจำนวนมาก อีกทั้งเริงร่าไปกับการปรับระดับสูงขึ้นของประเทศน่าลงทุนหรือ Doing Business 2017

สำหรับเศรษฐกิจไทยปีนี้คงโตได้ตามเป้าเกิดจากการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งในไตรมาสที่ผ่านมาขยายตัวได้มากกว่า 10% เกิดจากโครงการเมกะ
โปรเจกต์ ซึ่งปีนี้คงใช้เงินไปไม่มากเพราะอยู่ในช่วงประกวดราคา แต่ปีหน้าทราบว่าจะมีการเบิกจ่ายเงินหลายแสนล้าน แถมจะมีโครงการใหม่เพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานรวมกันสูงถึง 2.396 ล้านล้านบาท เป็นการลงทุนสูงสุดซึ่งประเทศไทยไม่เคยมีมาก่อนหน้านี้

คำถามคือเม็ดเงินที่ใส่ลงไปจนทำให้จีดีพีขยายตัว แต่ทำไมตัวเลขบริโภคภายในประเทศยังอยู่ในช่วงทรงตัว สะท้อนจากการขยายตัวของค้าส่ง-ค้าปลีกยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ด้านอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างไตรมาส 3 กลับหดตัวติดลบ การลงทุนเอกชนยังไม่กลับมาทั้งที่ภาครัฐลงทุนนำร่องไปแล้ว

ประเด็นที่อยากให้ผู้รับผิดชอบเศรษฐกิจของประเทศต้องติดตามใกล้ชิด คือปัญหาประชาชนส่วนใหญ่ทั้งในเมืองและเกษตรกรไม่ค่อยมีสตางค์ออกมาจับจ่ายใช้สอยและกำลังถูกซ้ำเติมจากราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวราคาร่วงต่ำสุด ปัญหาที่ตามมาคือหนี้ครัวเรือน ซึ่งกำลังไต่ระดับสูงขึ้นแสดงถึงว่าเศรษฐกิจที่ขยายตัวเกิดจากการขับเคลื่อนจากสภาวะการเป็นหนี้ของประชาชน

ในภาคธุรกิจเอกชนโดยเฉพาะเอสเอ็มอีในช่วงเวลาซึ่งกำลังซื้อหายไปทั้งจากส่งออกและการบริโภคในประเทศ ผลกระทบที่ตามมาและชัดเจนมากขึ้นคือหนี้เสียในรูปของ NPL ซึ่งธนาคารชาติออกมาแจงว่าหนี้เสียของสถาบันการเงินสูงสุดในรอบ 5 ปี ขณะที่หนี้เสียของประชาชนจากบัตรเครดิตซึ่งดอกเบี้ยแบบหฤโหดมีหนี้เสียสูงสุดในรอบ 11 ปี และหนี้เสียจากที่อยู่อาศัย-อสังหาริมทรัพย์พุ่งต่อเนื่อง

สภาวะที่ผมงงมากๆ คือรัฐลงทุนใช้เงินมากมหาศาลจนตัวเลขจีดีพีสูงสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งน่าจะมีอานิสงส์ไปถึงกำลังซื้อให้สูงขึ้นและภาคธุรกิจควรเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน แต่ทำไมตัวเลขที่ออกมาดูจะสวนทาง โดยเฉพาะการว่างงานเดือน ต.ค.กลับขยายตัวสูงสุดในรอบหลายปี มีคนตกงานเพิ่มขึ้นถึง 1.22 แสนคน และมีคนซึ่งจบการศึกษาใหม่และยังหางานไม่ได้ถึง 2.1 แสนคน ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงอะไร

อย่างที่ผมเกริ่นแต่ต้นเศรษฐกิจไทยช่วงนี้คาดการณ์ทิศทางยาก ต้นปีแล้ง กลางปีน้ำท่วม ปลายปีข้าวล้นตลาดขายไม่ออก เศรษฐกิจขยายตัวดีแต่ประชาชนไม่มีเงินขาดกำลังซื้อจนธุรกิจส่วนใหญ่สภาพคล่องง่อนแง่นจนตัวเลขหนี้เสียสูง ความไม่แน่นอนยังเห็นได้ชัดขนาดนางคลินตันตัวเต็งนอนมายังแพ้มวยวัดอย่างคุณทรัมป์...

งานนี้ไปไม่ถูกมึนจริงๆ ครับ

(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน