
‘มาเลย์’ก้นร้อน ถกรับมือทีพีพีล้ม
มาเลเซียหารือสมาชิกทีพีพี หวั่นทรัมป์ล้มข้อตกลง ทำเสียโอกาสส่งออก ด้านสคร.ชี้ดีต่อไทยช่วยลดการแข่งขันส่งออกกับชาติอาเซียน
มาเลเซียหารือสมาชิกทีพีพี หวั่นทรัมป์ล้มข้อตกลง ทำเสียโอกาสส่งออก ด้านสคร.ชี้ดีต่อไทยช่วยลดการแข่งขันส่งออกกับชาติอาเซียน
น.ส.พัดชา วุฒิพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เปิดเผยว่า หลังทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม (เมติ) ของมาเลเซีย ได้ติดต่อไปยังประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) เพื่อหารือถึงท่าที เพราะหากมีการยกเลิกข้อตกลงทีพีพีจริงจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของมาเลเซียในด้านการส่งออกและการเข้าสู่ตลาดประเทศที่มาเลเซียยังไม่มีข้อตกลงการค้าเสรี
“ผลเลือกตั้งที่ออกมา ทำให้หลายประเทศรู้สึกถึงความไม่แน่นอนของการดำเนินการตามข้อตกลงทีพีพี เพราะทรัมป์ไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่เริ่มหาเสียง ทำให้มาเลเซียกังวลว่าสหรัฐอาจล้มเลิกความตกลงทีพีพี ทำให้เสียโอกาสในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดสำคัญต่างๆ ทั้งสหรัฐและญี่ปุ่น แม้ว่าจะมีข้อตกลงการค้าเสรีกันแล้ว แต่ทีพีพีเป็นความตกลงที่ยกระดับการเปิดตลาดที่สูงกว่าความตกลงทั่วไป ทั้งยังทำให้เสียโอกาสในการเข้าถึงตลาดแคนาดา แม็กซิโก และเปรู” น.ส.พัดชา กล่าว
เบื้องต้นมาเลเซียยังไม่ได้เตรียมแผนรองรับเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม (เมติ) ของมาเลเซีย ให้ความเห็นว่าอาจเร็วไปที่จะเตรียมการดำเนินการความตกลงทีพีพีโดยที่ไม่มีสหรัฐ เนื่องจากสหรัฐเป็นประเทศที่มีบทบาทมากที่สุดในการผลักดันความตกลงดังกล่าวให้เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทรัมป์จะชนะการเลือกตั้ง แต่ก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะเดินหน้านโยบายตามที่หาเสียงไว้ได้ทั้งหมด เนื่องจากหากจะยกเลิกความตกลงต่างๆ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ได้ จึงต้องติดตามดูว่าทรัมป์จะลดความแข็งกร้าวลงหรือไม่ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ทรัมป์จะมีท่าทีประนีประนอมมากขึ้น
น.ส.พัดชา กล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทยที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจ เข้าร่วมทีพีพีนั้นน่าจะเป็นผลดีมากกว่า เพราะไม่ต้องเจอการแข่งขันจากประเทศอาเซียนอื่นที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกทีพีพี แล้วอย่างเวียดนามและมาเลเซียในการ ส่งออกสินค้าไปยังประเทศที่เป็นสมาชิกทีพีพี และยังไม่ต้องเจอแรงกดดันจากสหรัฐในการเปิดเสรีภาคบริการต่างๆ ที่ไทยยังไม่มีความพร้อมในการแข่งขัน พอ เช่น การเงิน การสื่อสารและโทรคมนาคม และด้านทรัพย์สินทางปัญญา
“ระหว่างนี้ไทยต้องให้ความสำคัญและผลักดันให้การเจรจาความตกลงระดับภูมิภาคอื่นๆ เช่น การเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ที่มีจีนเป็นผู้นำให้เกิดความคืบหน้ามากที่สุด” น.ส.พัดชา กล่าว







