
ปลดล็อกกิจการโลจิสติกส์
ปั้นไทยสู่ฮับเชื่อมเศรษฐกิจภูมิภาคซีแอลเอ็มวีทีเพิ่มขีดแข่งขัน
ปั้นไทยสู่ฮับเชื่อมเศรษฐกิจภูมิภาคซีแอลเอ็มวีทีเพิ่มขีดแข่งขัน
พาณิชย์เร่งปลดล็อกธุรกิจบริการโลจิสติกส์ ยกระดับสู่ศูนย์กลางการเชื่อมโยงเศรษฐกิจภายในและระหว่างภูมิภาค
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงได้หารือแนวทางการส่งเสริมศักยภาพธุรกิจบริการโลจิสติกส์ไทยเพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะในการผลักดันและยกระดับธุรกิจบริการโลจิสติกส์ไทยให้ก้าวหน้า รองรับการเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การให้บริการโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้
ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้เสนอให้มีการปลดล็อกและผลักดันกฎระเบียบที่จำเป็นสำหรับผู้ให้บริการโลจิสติกส์เพื่อลดอุปสรรค อำนวยความสะดวกและพัฒนาการให้บริการโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์เชิงบูรณาการ ให้มีหน่วยงานเจ้าภาพหลักและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละแผนงานเข้าร่วมดำเนินงานอย่างชัดเจน และผลักดันโครงการเร่งด่วน เช่น การพัฒนาพื้นที่ภายในหรือโดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้กลายเป็นแอร์พอร์ต โลจิสติกส์พาร์ก
“กระทรวงจะเร่งแก้ปัญหาที่เป็นข้ออุปสรรคเพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์แบบครบวงจร และช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้าการลงทุน นำไปสู่การเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาคซีแอลเอ็มวีที โดยจะได้หารือกับภาคเอกชนเป็นระยะๆ เพื่อการมีส่วนร่วมในการดำเนินการ” นางอภิรดี กล่าว
นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางรถบรรทุกแห่งอาเซียน (เอทีเอฟ) กล่าวว่า ได้หารือร่วมกับอีก 5 ประเทศสมาชิกของเอทีเอฟเกี่ยวกับความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ล่าสุดได้มีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับผู้ประกอบ การโลจิสติกส์ในกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง แสดงเจตนารมณ์ในการร่วมมือกันวางแผนการใช้ทรัพยากรการขนส่งและโลจิสติกส์ในแต่ละประเทศอย่างคุ้มค่า ที่สุด เพื่อสร้างระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมกันอย่างไร้รอยต่อภายในภูมิภาค
“เบื้องต้นยังคุยกรอบความร่วมมือกันในวงกว้าง เพราะกรอบความร่วมมือที่ผ่านมามีทั้งที่ทำได้และทำไม่ได้ จึงต้องมาคุยกันให้เข้าใจก่อนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งสองฝ่าย”
อย่างไรก็ดี ในการประชุมคณะกรรมการร่วมสำหรับความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงระดับรัฐมนตรี ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะมีการผลักดันการขนส่งข้ามพรมแดนของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง(จีเอ็มเอส) ที่กำหนดโควตาแต่ละประเทศมีรถขนส่งข้ามพรมแดน 500 คัน ให้สามารถขนสินค้าข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านและประเทศที่สามได้







