posttoday
THINK BIG

THINK BIG

14 พฤศจิกายน 2559

โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์  สุวรรณสวัสดิ์

โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์  สุวรรณสวัสดิ์

การเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกาผ่านไปด้วยความเซอร์ไพรส์สุดๆ เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ได้รับชัยชนะแบบเหนือความความหมาย ต่อฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครต เป็นการพิสูจน์ว่า “อะไรก็เกิดขึ้นได้ทางการเมือง” การแข่งขันชิงตำแหน่งผู้นำอเมริกาแต่ละครั้งจึงมีเรื่องราวหลายมิติที่จะนำมาวิเคราะห์กันได้ไม่รู้จบ โดยเฉพาะในครั้งนี้ถือเป็นการต่อสู้ทางการเมืองครั้งประวัติศาสตร์ของอเมริกาก็ว่าได้

ผมรู้จักทรัมป์จากหนังสือขายดีของเขา ชื่อ “Think Big” หรือ “คิดใหญ่” ที่บอกเล่าวิธีการประสบความสำเร็จว่า ห้ามคิดเล็ก ต้องคิดใหญ่เท่านั้น โดยสอนให้ทุกคนมุ่งมั่นแบบสุดๆ ไม่มีถอย ทัศนคติคิดใหญ่แบบนี้ได้นำพาให้เขาประสบความสำเร็จทั้งในทางธุรกิจและทางการเมืองอย่างเหลือเชื่อ

เรื่องราวการต่อสู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ อาจนำมาสอนคนรุ่นใหม่ได้ เช่น 1.ต้องมองปัญหาให้ชัดเจนตามความเป็นจริงของมัน 2.เมื่อมองปัญหาชัดแล้ว ต้องโฟกัส พูดและทำเรื่องเดียว ไม่พลิกประเด็น 3.วางแผน แล้วทำตามแผนอย่างเคร่งครัด ไม่ลังเล 4.ใช้คนเก่งที่สุด เข้าร่วมงานให้มากที่สุด และ 5.มองเป้าหมายเป็นหลัก แม้จะถูกฝ่ายตรงข้ามถล่มหนักแค่ไหน ต้องไม่ซวนเซ เชื่อมั่นในเป้าหมาย และวิ่งเข้าหามันให้ได้ บทเรียนของทรัมป์จึงสอนให้คนเป็นนักสู้ มองไกล ไม่ท้อ

และแม้จะดูเหมือนว่า ฮิลลารีและทรัมป์มีความแตกต่างกันมาก แต่แท้จริงแล้ว ทั้งคู่เป็นคนแบบเดียวกัน ถูกบ่มเพาะมาเหมือนกัน คือ

1.ทั้งคู่เป็นคนเรียนหนังสือเก่ง ทรัมป์จบปริญญาโทบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ขณะที่ฮิลลารีจบกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเยล คนอเมริกันจะเลือกผู้นำที่มีความรู้ ไม่ให้น้อยหน้าผู้นำชาติอื่น และเมื่อ
มองย้อนไปอีก ก็พบว่าประธานาธิบดีโอบามาจบกฎหมายจากฮาร์วาร์ด ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช จบบริหารธุรกิจจากฮาร์วาร์ด และประธานาธิบดีคลินตัน จบกฎหมายจากเยล เรียนเก่งกันทุกคน

2.ทั้งคู่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตนเองถนัด ก่อนมาเป็นนักการเมือง ทรัมป์เป็นนักธุรกิจชั้นนำ ฮิลลารีเป็นนักกฎหมายชื่อดัง แล้วจึงต่อยอดความสำเร็จสู่การเมืองระดับชาติ

3.ทั้งคู่เคยผ่านปัญหาชีวิตที่หนักหนาสาหัสมา ทรัมป์เคยทำธุรกิจพลาดเกือบล้มละลาย ขณะที่ฮิลลารีเจอปัญหามานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งจากตนเองและสามี แต่ก็ฟันฝ่ากันมาได้แบบทุลักทุเลเช่นเดียวกัน

 4.ทั้งคู่มีหัวใจนักสู้เต็มร้อยและเคยแพ้มาก่อน ทรัมป์เคยสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมาแล้ว แต่แค่เริ่มต้นก็ไปต่อไม่ได้ ขณะที่ฮิลลารีก็แพ้ในรอบแรกเมื่อครั้งแข่งกับประธานาธิบดีโอบามา เป็นตัวแทนพรรค
เดโมแครต

5.ทั้งคู่ รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย แม้ฮิลลารีจะพ่ายแพ้อย่างเจ็บปวด แต่ยังออกมากล่าวยินดีแก่ผู้ชนะอย่างองอาจ น่าสรรเสริญที่สุด ขณะที่ทรัมป์ลดความแข็งกร้าวลงทันทีหลังจากได้รับชัยชนะ และกลับมายกย่องฮิลลารีเช่นเดียวกัน

นอกจากความตื่นเต้นที่คนไทย ผู้สนใจการเมืองอเมริกันได้รับไปแล้ว คนไทยน่าจะได้รับแรงบันดาลใจในมุมที่ดีบ้าง คือ การคิดจะทำการใดให้เป็นประโยชน์ก็ต้องคิดการใหญ่ หรือ “Think Big” อย่างท่านทั้งสอง ซึ่งแม้จะมีอายุร่วม 70 ปีแล้ว ก็ยังสู้ไม่ถอย

แต่คิดใหญ่อย่างเดียวย่อมไม่พอ เพราะการที่จะเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ได้ ต้องใจใหญ่ด้วย คือ ต้องใจกว้าง รับได้ทั้งคำชม คำติฉิน คำนินทา และหากยิ่งเป็น ผู้รู้แพ้ รู้ชนะ ด้วยแล้ว นั่นคือผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริง

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน