posttoday
AOT ทุ่มเฉียดสองแสนล้าน ลงทุน 5-7 ปีโดยไม่เพิ่มทุน

AOT ทุ่มเฉียดสองแสนล้าน ลงทุน 5-7 ปีโดยไม่เพิ่มทุน

14 พฤศจิกายน 2559

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) เปิดแผนลงทุนใหม่ขนาดใหญ่ จะเริ่มลงทุนด้วยงบลงทุนมูลค่าสูงสุด 1.96 แสนล้าน จากที่ไม่เคยลงทุนมานาน

“นิตินัย ศิริสมรรถการ” ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) ให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ ว่า ณ สิ้นปี 2558 ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ที่บริษัทเป็นเจ้าของรองรับผู้โดยสารได้รวมทั้งสิ้น 83.5 ล้านคน/ปี มีสินทรัพย์มูลค่ารวม 1.59 แสนล้านบาท สำหรับแผนระยะยาวฉบับใหม่ของบริษัทนับจากงวดบัญชีปี 2560 (เดือน ต.ค. 2559-ก.ย. 2560) ต้องลงทุนขยายสนามบินเพื่อรองรับผู้โดยสารใน 10 ปีข้างหน้า เพิ่มเป็นปีละ 181 ล้านคน จะใช้เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 1.96 แสนล้านบาท เป็นเม็ดเงินที่มากกว่ามูลค่าสินทรัพย์รวมของบริษัทปัจจุบันถือเป็นการลงทุนมากที่สุดของบริษัทที่เคยมี ทยอยลงทุนในช่วง 5-7 ปีจากนี้และอาจมีโครงการลงทุนบางโครงการเพิ่มเข้ามานอกเหนือจากแผน

ทั้งนี้ เพื่อขยายความสามารถในการรองรับจำนวนผู้โดยสารของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการ (บอร์ด) ของบริษัททยอยอนุมัติการลงทุนไปแล้วจำนวน 5 แห่ง ยังเหลืออีก 1 แห่ง คือแผนการลงทุนท่าอากาศยานภูเก็ตจะนำเข้าบอร์ดให้พิจารณาภายในเดือน พ.ย. 2559 นี้

บริษัทเริ่มขยายการลงทุนแล้วท่ากาศยานดอนเมืองอาคารผู้โดยสารอาคาร 2 (Terminal 2) ที่เริ่มเปิดให้บริการในเดือน ธ.ค. 2558 ที่เพิ่มการรองรับผู้โดยสารเป็นประมาณ 30 ล้านคน/ปี จากเดิมที่ 13.5 ล้านคน/ปี ท่าอากาศยานภูเก็ตที่เริ่มเปิดให้บริการอินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินัลใหม่ของท่าอากาศยานภูเก็ตรองรับผู้โดยสารเพิ่มได้เป็น 12.5 ล้านคน จากเดิมที่ 6.5 ล้านคน

บริษัทได้เตรียมความพร้อมแหล่งเงินทุนไว้แล้วโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน ด้วยเงินสดภายในปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท สูงที่สุดตั้งแต่ที่เคยมีมา เพราะในปี 2558 สนามบินทั้ง 6 แห่งมีการให้บริการผู้โดยสารเข้ามารวมทั้งสิ้น 116 ล้านคน เกินความสามารถในการให้บริการที่มีในปี 2558 ที่มี 83.5 ล้านคน/ปี ส่งผลให้มีส่วนเกินจากค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (Passenger Service Charge : PSC) เข้ามาเป็นเงินสดจำนวนมาก เฉพาะที่สุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารได้จำนวน 45 ล้านคน/ปี แต่ในปี 2558 มีมาใช้บริการถึง 53 ล้านคน อีกทั้งยังมีความสามารถในการหาเงินสดต่อปีที่มีเพียงพอ อย่างในปีงวดบัญชีปี 2558 บริษัททำกำไรก่อนภาษี ค่าเสื่อมและดอกเบี้ยจ่าย (อีบิตดา) ที่ประมาณ 2.50 หมื่นล้านบาท

ขณะที่เงินลงทุนหลักจะอยู่ในช่วงปี 2561-2562 เพราะมีการแบ่งงบลงทุนมาถึง 1.5 แสนล้านบาท เพื่อลงทุนขยายความสามารถในการรับผู้โดยสารใน 2 ท่าอากาศยานหลัก คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แบ่งย่อยออกเป็น 3 กลุ่ม คือเฟส 2 มูลค่าลงทุน 6.20 หมื่นล้านบาท รันเวย์ 3 มูลค่าลงทุน 2 หมื่นล้านบาท และเทอร์มินัลที่ 2 มูลค่าลงทุน 3.46 หมื่นล้าน และดอนเมืองเฟส 3 มูลค่า 2.68 หมื่นล้านบาท ทั้งหมดจะลงทุนก่อนสร้างเสร็จเปิดใช้งานในปี 2564 ตามแผนในอีก 10 ปีข้างหน้าจำนวนผู้โดยสารจะเติบโตเฉลี่ยประมาณ 8-9% ต่อปี จนจบที่ 181 ล้านคน เพราะประเทศไทยยังเป็นเป้าหมายการเดินทางท่องเที่ยว

ภูมิศาสตร์ทางเศรษฐกิจของโลกเปลี่ยนแปลงไปจากช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่เคยเป็นสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น โดยในปี 2547 ทั้ง 3 ประเทศดังกล่าวมีขนาดเศรษฐกิจรวมกันถึงสัดส่วน 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของโลก (จีดีพีโลก) ขณะที่กลุ่มประเทศอาเซียนบวกกับจีนและเกาหลีมีสัดส่วน 8% ต่อมาในปี 2557 สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นมีสัดส่วนต่อเศรษฐกิจโลกลดลงเหลือประมาณ 50%

กลุ่มประเทศอาเซียนบวกกับจีนและเกาหลีมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 18% โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้นิยมการเดินทางด้วยสายการบินต้นทุนต่ำ แต่ชอบท่องเที่ยวรวมถึงการช็อปปิ้ง มีลักษณะการเดินแบบจุดต่อจุดส่งผลให้มีจำนวนสายการบินต้นทุนต่ำและโรงแรมเกิดใหม่ขึ้นเป็นจำนวนมาก รวมถึงต้องมีท่าอากาศยานต้นทุนต่ำเพื่อรองรับ ปัจจุบันคือดอนเมืองที่ต้องมีหลุมจอดเครื่องสำหรับรองรับเครื่องบินขนาดเล็กมากขึ้น ขณะที่สุวรรณภูมิถือเป็นท่าอากาศยานบริการครบวงจร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท