
ธนาคารยอมลดหนี้เกษตรกร
สมาคมธนาคารไทย ยอมตัดหนี้เงินต้นลูกหนี้กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร 800 ราย มูลหนี้กว่า 995 ล้าน
สมาคมธนาคารไทย ยอมตัดหนี้เงินต้นลูกหนี้กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร 800 ราย มูลหนี้กว่า 995 ล้าน
นายละม้าย เสนขวัญแก้ว ประธานคณะกรรมการจัดการหนี้ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้กองทุนได้หารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทย ในประเด็นแก้ไขหนี้สินเกษตรกรที่เป็นลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่ามีเกษตรกรสมาชิก กฟก.ที่เป็นลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารสมาชิกสมาคมธนาคารไทย ที่มีภาระหนี้เงินต้นไม่เกิน 2.5 ล้านบาท ประมาณ 800 ราย รวมจำนวนเงินทั้งสิ้น 995 ล้านบาท
ทั้งนี้ สมาคมธนาคารไทยได้เสนอเงื่อนไขในการให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ และสมาคมธนาคารไทยประเมินตัวเลขเบื้องต้นและจะให้ความช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มนี้ด้วยการลดหนี้เป็นการเพิ่มเติม ภายใต้เงื่อนไขที่เกษตรกรต้องมีภาระเงินต้นไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้ชำระอัตรา 50% ของเงินต้นเป็นกรณีพิเศษ และกลุ่มเกษตรกรที่มีภาระหนี้เงินต้นคงค้างเกินกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 2.5 ล้านบาท จะลดหนี้โดยพิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งกองทุนฟื้นฟูฯ ได้รับข้อเสนอและจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลของเกษตรกรลูกหนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรต่อไป
ประธานคณะกรรมการจัดการหนี้ กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าในการซื้อหนี้เกษตรกรปีงบประมาณ 2560 นั้น ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการจัดการหนี้ได้อนุมัติและเห็นชอบรายชื่อเกษตรกรสมาชิกที่มีคุณสมบัติถูกต้อง ได้สิทธิในการชำระหนี้แทน หนี้ผิดนัดชำระตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป หนี้ดำเนินคดี หนี้พิพากษา หนี้บังคับคดีขายทอดตลาด จำนวน 111 ราย 136 บัญชี มูลหนี้ 25.22 ล้านบาท โดยแยกเป็นหนี้ผิดนัดชำระ 91 ราย 114 บัญชี มูลหนี้ 21.75 ล้านบาท หนี้ปรับโครงสร้างหนี้ 11 ราย 13 บัญชี มูลหนี้ 1.37 ล้านบาท แยกเป็นหนี้ดำเนินคดี 6 ราย 6 บัญชี มูลหนี้ 1.28 ล้านบาท หนี้พิพากษา 2 ราย 2 บัญชี มูลหนี้ 462,618.73 บาท หนี้บังคับคดี
1 ราย 1 บัญชี มูลหนี้ 347,974.25 บาท ในขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้เสนอให้มีการเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อต่อรองในส่วนของค่าปรับ ซึ่งจะเป็นการลดภาระของเกษตรกร
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังอนุมัติและเห็นชอบรายชื่อเกษตรกรสมาชิกที่มีคุณสมบัติถูกต้อง ได้สิทธิในการชำระหนี้แทน และเป็นหนี้เร่งด่วน หนี้พิพากษา หนี้บังคับคดีขายทอดตลาด กรณีมูลหนี้เกิน 1 ล้านบาท สถาบันเกษตรกร (สหกรณ์) จำนวน 3 ราย 9 บัญชี มูลหนี้ 4.94 ล้านบาท โดยแยกเป็นหนี้พิพากษา 2 ราย 7 บัญชี มูลหนี้ 3.27 ล้านบาท หนี้บังคับคดีขายทอดตลาด 1 ราย 2 บัญชี มูลหนี้ 1.67 ล้านบาท
ด้าน นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวว่า ล่าสุดคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติให้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดทางอาญากับเจ้าหน้าที่ของรัฐในระดับปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในขั้นตอนต่างๆ แล้ว 515 สำนวน จากทั้งหมด 986 สำนวน เพื่อให้การไต่สวนในทุกสำนวนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเสร็จสมบูรณ์อย่างรวดเร็วภายในกรอบเวลา 6 เดือน
“สัปดาห์หน้าจะเรียกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ทุกเขตมาประชุม และอาจพิจารณาออกคู่มือการสอบสวนคดีทุจริตรับจำนำพืชผลเกษตรเพื่อใช้เป็นกรอบในการสอบปากคำและเก็บหลักฐาน” เลขาฯ ป.ป.ท. ระบุ
อย่างไรก็ตาม ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ได้รับข้อมูลเกือบครบถ้วนแล้ว อยู่ระหว่างประมวลข้อเท็จจริงต่างๆ เพื่อรายงาน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรมวันที่ 15 พ.ย.นี้







